
บทความนี้ สื่อฟรีออนไลน์.com
ขอแนะนำไฟล์ แบบฟอร์มการตรวจสอบพัสดุประจำปี
เป็นไฟล์ Word แก้ไขได้
สรุปรายละเอียดได้ดังนี้ครับ
แบบฟอร์มการตรวจสอบพัสดุประจำปี
และการจำหน่ายพัสดุ
(กรณีมีพัสดุชำรุด เสื่อมสภาพ หรือไม่จำเป็นต้องใช้ในหน่วยงานของรัฐ)
คู่มือการตรวจสอบพัสดุประจำปีและการจำหน่ายพัสดุในหน่วยงานของรัฐอย่างครบถ้วน
การบริหารจัดการพัสดุในหน่วยงานของรัฐถือเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและโปร่งใส เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งบประมาณของประเทศ การตรวจสอบพัสดุประจำปีและการจำหน่ายพัสดุที่ชำรุดเสื่อมสภาพหรือไม่จำเป็นต้องใช้ในราชการต่อไปจึงเป็นกระบวนการที่หน่วยงานทุกแห่งต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด บทความนี้จะนำเสนอแนวทางการดำเนินการอย่างละเอียดครบถ้วนตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ 2560
ความสำคัญของการตรวจสอบพัสดุประจำปี
การตรวจสอบพัสดุประจำปีเป็นกระบวนการที่กฎหมายกำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องดำเนินการทุกปีงบประมาณ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการรับจ่ายพัสดุ การควบคุมทรัพย์สินของราชการ และการจัดการกับพัสดุที่มีสภาพไม่เหมาะสมต่อการใช้งาน กระบวนการนี้ช่วยสร้างความโปร่งใสในการบริหารงบประมาณและทรัพย์สินของประเทศ
กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
การตรวจสอบพัสดุประจำปีและการจำหน่ายพัสดุมีกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ โดยเฉพาะพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ 2560 ในหมวด 13 มาตรา 112 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ 2560 หมวด 9 ส่วนที่ 3 ข้อ 213 ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 1340/2560 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2560 เรื่องมอบอำนาจเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
ขั้นตอนการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพัสดุประจำปี
ในภายในเดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปีงบประมาณของทุกปี หัวหน้าหน่วยงานของรัฐหรือหัวหน้าหน่วยพัสดุต้องแต่งตั้งผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบพัสดุ ซึ่งมิใช่เจ้าหน้าที่พัสดุคนหนึ่งหรือหลายคนตามความจำเป็น การแต่งตั้งคณะกรรมการนี้ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรโดยมีการจัดทำบันทึกข้อความเสนอต่อผู้บริหารเพื่อขออนุมัติ และออกคำสั่งแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งควรประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ความเข้าใจในระเบียบพัสดุและมีความเป็นกลาง
หน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบพัสดุประจำปี
คณะกรรมการตรวจสอบพัสดุประจำปีมีหน้าที่สำคัญหลายประการ ได้แก่ การตรวจสอบการรับจ่ายพัสดุในงวด 1 ปีที่ผ่านมาว่าถูกต้องหรือไม่ การตรวจนับพัสดุประเภทที่คงเหลืออยู่ ณ วันสิ้นงวดนั้นว่ามีตัวอยู่ตรงตามบัญชีหรือทะเบียนหรือไม่ การตรวจสอบว่ามีพัสดุใดชำรุดเสื่อมสภาพหรือสูญไปเพราะเหตุใด และการระบุพัสดุที่ไม่จำเป็นต้องใช้ในหน่วยงานของรัฐต่อไป คณะกรรมการจะเริ่มดำเนินการตรวจสอบพัสดุในวันเปิดทำการวันแรกของปีงบประมาณ และต้องเสนอรายงานผลการตรวจสอบต่อผู้แต่งตั้งภายใน 30 วันทำการนับแต่วันเริ่มดำเนินการตรวจสอบพัสดุนั้น
การจัดทำรายงานผลการตรวจสอบพัสดุประจำปี
เมื่อคณะกรรมการตรวจสอบพัสดุประจำปีดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว จะต้องจัดทำรายงานผลการตรวจสอบเสนอต่อผู้อำนวยการหรือหัวหน้าหน่วยงาน รายงานจะต้องระบุรายละเอียดผลการตรวจสอบว่าการรับจ่ายพัสดุถูกต้องหรือไม่ พัสดุคงเหลือมีตัวอยู่ตรงตามบัญชีและทะเบียนหรือไม่ และรายการพัสดุที่ชำรุดเสื่อมสภาพหรือไม่จำเป็นต้องใช้ในหน่วยงานของรัฐต่อไป รายงานนี้จะเป็นเอกสารสำคัญในการพิจารณาดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง
เมื่อคณะกรรมการตรวจสอบพัสดุประจำปีพบว่ามีพัสดุชำรุดเสื่อมสภาพหรือสูญไป หรือหมดความจำเป็นต้องใช้ในหน่วยงานของรัฐต่อไป หัวหน้าหน่วยงานจะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง เพื่อทำการสอบสวนหาสาเหตุของความชำรุดเสื่อมสภาพหรือการสูญหายของพัสดุนั้นๆ คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงควรประกอบด้วยบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในพัสดุประเภทนั้นๆ และสามารถให้ความเห็นได้อย่างเป็นกลางและเป็นธรรม
กระบวนการสอบหาข้อเท็จจริง
คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงจะต้องดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยการตรวจสอบสภาพของพัสดุจริง สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานพัสดุนั้น รวมถึงการจัดทำบันทึกการให้ถ้อยคำด้วยความสัตย์จริง คณะกรรมการต้องระบุสาเหตุที่แท้จริงของความชำรุดเสื่อมสภาพหรือการสูญหายว่าเกิดจากการใช้งานตามปกติ ความประมาทเลินเล่อ หรือมีเจตนาทำให้เสียหาย การสอบหาข้อเท็จจริงนี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการพิจารณาว่าจะจำหน่ายพัสดุนั้นได้หรือไม่ และจะดำเนินการอย่างไร
การจัดทำรายงานผลการสอบหาข้อเท็จจริง
เมื่อคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว จะต้องจัดทำรายงานผลการสอบหาข้อเท็จจริงเสนอต่อหัวหน้าหน่วยงาน รายงานจะต้องระบุรายละเอียดของการสอบสวน ผลการสอบสวน สาเหตุของความชำรุดเสื่อมสภาพหรือการสูญหาย และข้อเสนอแนะในการดำเนินการต่อไป รายงานนี้จะต้องแนบเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น บันทึกการให้ถ้อยคำ รูปถ่ายพัสดุ และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
วิธีการจำหน่ายพัสดุตามระเบียบ
ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ 2560 ข้อ 215 กำหนดวิธีการจำหน่ายพัสดุไว้หลายวิธี ได้แก่ การขาย การแลกเปลี่ยน การโอน การแปรสภาพ และการทำลาย การเลือกวิธีการจำหน่ายจะขึ้นอยู่กับลักษณะและสภาพของพัสดุนั้นๆ โดยหน่วยงานควรเลือกวิธีที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ หากพัสดุนั้นยังมีมูลค่าและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ควรเลือกวิธีการขาย แลกเปลี่ยน หรือโอน แต่หากพัสดุนั้นไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกต่อไป จะต้องดำเนินการทำลายตามระเบียบ
การจำหน่ายพัสดุโดยวิธีการขายแบบเฉพาะเจาะจง
การขายพัสดุโดยวิธีเฉพาะเจาะจงเป็นวิธีการหนึ่งที่หน่วยงานสามารถดำเนินการได้ โดยจะเป็นการเจรจาตกลงราคากับผู้ซื้อโดยตรง ก่อนดำเนินการขายจะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินราคากลางขึ้นมาเพื่อกำหนดราคาพัสดุที่จะขาย จากนั้นจะมีการเชิญชวนผู้สนใจเข้ามาเสนอราคา และคณะกรรมการดำเนินการขายจะพิจารณาเลือกผู้เสนอราคาที่เหมาะสมที่สุด โดยราคาที่เสนอต้องไม่ต่ำกว่าราคากลางที่กำหนดไว้ วิธีการนี้เหมาะสำหรับพัสดุที่มีผู้สนใจจำนวนน้อยหรือพัสดุที่มีลักษณะเฉพาะ
การแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินราคากลาง
คณะกรรมการประเมินราคากลางมีหน้าที่สำคัญในการกำหนดราคาพัสดุที่จะขาย โดยจะต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ราคาตลาดในปัจจุบัน สภาพของพัสดุ อายุการใช้งาน และความต้องการของตลาด คณะกรรมการต้องมีความรู้ความเข้าใจในพัสดุประเภทนั้นๆ และสามารถประเมินราคาได้อย่างยุติธรรม ราคากลางที่กำหนดขึ้นจะเป็นเกณฑ์สำคัญในการพิจารณาราคาที่ผู้สนใจเสนอมา และจะเป็นราคาขั้นต่ำที่หน่วยงานจะยอมรับในการขายพัสดุนั้น
การจัดทำประกาศเชิญชวนผู้สนใจเสนอราคา
เมื่อได้ราคากลางแล้ว หน่วยงานจะจัดทำประกาศเชิญชวนผู้สนใจเข้ามาเสนอราคาซื้อพัสดุ ประกาศจะต้องระบุรายละเอียดของพัสดุที่จะขาย เงื่อนไขการเสนอราคา วันเวลาและสถานที่ในการเสนอราคา และเงื่อนไขการชำระเงิน การจัดทำประกาศต้องชัดเจนและครบถ้วน เพื่อให้ผู้สนใจสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ประกาศควรมีการเผยแพร่ให้กว้างขวางเพื่อให้มีผู้สนใจมากที่สุด
การพิจารณาผลการเสนอราคา
คณะกรรมการดำเนินการขายจะพิจารณาผลการเสนอราคาจากผู้สนใจทุกราย โดยจะเปรียบเทียบราคาที่เสนอกับราคากลางที่กำหนดไว้ หากมีผู้เสนอราคาที่ไม่ต่ำกว่าราคากลางและเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ คณะกรรมการจะพิจารณาเลือกผู้เสนอราคาสูงสุดเป็นผู้ซื้อ การพิจารณาต้องเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ หลังจากนั้นจะจัดทำรายงานผลการดำเนินการขายเสนอต่อหัวหน้าหน่วยงานเพื่อขออนุมัติ
การจำหน่ายพัสดุโดยวิธีทอดตลาด
การขายพัสดุโดยวิธีทอดตลาดเป็นอีกวิธีหนึ่งที่หน่วยงานสามารถดำเนินการได้ วิธีนี้จะเป็นการประมูลด้วยวาจาในที่สาธารณะ โดยเปิดโอกาสให้ผู้สนใจทุกคนเข้าร่วมประมูลได้ การทอดตลาดจะช่วยให้ได้ราคาที่ดีที่สุดจากกลไกตลาด และเป็นวิธีที่โปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ ก่อนดำเนินการทอดตลาดจะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการขายพัสดุโดยวิธีทอดตลาด และจัดทำประกาศแจ้งรายละเอียดการทอดตลาดให้ผู้สนใจทราบล่วงหน้า
การจัดทำประกาศขายพัสดุโดยวิธีทอดตลาด
ประกาศขายพัสดุโดยวิธีทอดตลาดจะต้องระบุรายละเอียดสำคัญหลายประการ ได้แก่ รายการพัสดุที่จะขาย วันเวลาและสถานที่ในการทอดตลาด วันเวลาในการดูพัสดุ เงื่อนไขการชำระเงิน และเงื่อนไขอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การวางเงินมัดจำ กำหนดเวลาในการรับมอบพัสดุ และค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์ ประกาศต้องเผยแพร่ให้ผู้สนใจทราบล่วงหน้าอย่างเพียงพอเพื่อให้มีผู้เข้าร่วมประมูลมากที่สุด
กระบวนการทอดตลาด
ในวันทอดตลาด คณะกรรมการขายพัสดุโดยวิธีทอดตลาดจะเป็นผู้ดำเนินการประมูล โดยจะแจ้งราคากลางซึ่งเป็นราคาเริ่มต้นในการประมูลให้ผู้เข้าร่วมประมูลทราบ จากนั้นจะเปิดให้ผู้สนใจเสนอราคาสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อไม่มีผู้ใดเสนอราคาสูงขึ้นอีก คณะกรรมการจะนับ 1 ถึง 3 แล้วเคาะไม้เป็นสัญญาณการตัดสินใจขายให้กับผู้ที่เสนอราคาสูงสุด กระบวนการนี้ต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม โดยต้องจัดทำบันทึกรายละเอียดการประมูลไว้เป็นหลักฐาน
การชำระเงินและการรับมอบพัสดุ
หลังจากที่มีการตัดสินขายพัสดุแล้ว ผู้ซื้อจะต้องชำระเงินตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ หากเป็นพัสดุที่มีราคาไม่เกิน 2000 บาท ผู้ซื้อต้องชำระเงินสดทันที แต่หากเป็นพัสดุที่มีราคาเกินกว่า 2000 บาท ผู้ซื้ออาจวางเงินสดไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของราคาที่ประมูลได้ และชำระส่วนที่เหลือภายใน 3 วันนับจากวันที่ประมูลได้ หากไม่ชำระให้ครบถ้วนภายในกำหนด จะถือว่าสละสิทธิ์และหน่วยงานจะริบเงินที่วางไว้ เมื่อชำระเงินครบถ้วนแล้ว ผู้ซื้อต้องรับพัสดุไปภายใน 3 วันนับแต่วันชำระเงินครบถ้วน
การจำหน่ายพัสดุโดยวิธีการทำลาย
สำหรับพัสดุที่ไม่สามารถขาย แลกเปลี่ยน โอน หรือแปรสภาพได้ เนื่องจากชำรุดเสื่อมสภาพมากจนไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกต่อไป หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายหากนำไปใช้งาน หน่วยงานจะต้องดำเนินการทำลายพัสดุนั้น โดยแต่งตั้งคณะกรรมการทำลายขึ้นมาเพื่อดำเนินการ การทำลายต้องดำเนินการอย่างถูกวิธีและปลอดภัย โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย
วิธีการทำลายพัสดุ
วิธีการทำลายพัสดุจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของพัสดุนั้นๆ อาจเป็นการเผา การบด การทุบ หรือวิธีอื่นๆ ที่เหมาะสม โดยต้องเลือกวิธีที่ทำให้พัสดุนั้นไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีก และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการทำลายต้องควบคุมดูแลกระบวนการทำลายตลอดจนแล้วเสร็จ และจัดทำรายงานผลการทำลายพัสดุเสนอต่อหัวหน้าหน่วยงาน พร้อมทั้งแนบภาพถ่ายหรือหลักฐานอื่นๆ ที่แสดงว่าได้ทำลายพัสดุนั้นแล้ว
การลงจ่ายพัสดุออกจากบัญชีหรือทะเบียนพัสดุ
เมื่อดำเนินการจำหน่ายพัสดุด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่พัสดุจะต้องลงจ่ายพัสดุนั้นออกจากบัญชีหรือทะเบียนพัสดุ เพื่อให้บัญชีและทะเบียนมีความถูกต้องและเป็นปัจจุบัน การลงจ่ายต้องระบุรายละเอียดของพัสดุ วิธีการจำหน่าย วันที่จำหน่าย และผู้รับพัสดุในกรณีที่เป็นการขายหรือโอน การลงจ่ายต้องมีหลักฐานประกอบที่สมบูรณ์และสามารถตรวจสอบได้
การจัดทำรายงานการจำหน่ายพัสดุเสนอสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
หลังจากดำเนินการจำหน่ายพัสดุและลงจ่ายออกจากบัญชีหรือทะเบียนพัสดุเรียบร้อยแล้ว หน่วยงานจะต้องจัดทำรายงานการจำหน่ายพัสดุพร้อมเอกสารประกอบทั้งหมด เสนอต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค เพื่อให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบความถูกต้องของการดำเนินการ เอกสารที่ต้องส่งประกอบด้วยคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการต่างๆ รายงานผลการดำเนินการ บัญชีรายการพัสดุ และหลักฐานการจำหน่าย
ขอแนะนำไฟล์ แบบฟอร์มการตรวจสอบพัสดุประจำปี
เป็นไฟล์ Word แก้ไขได้