สวัสดีคุณครูทุกท่านครับ วันนี้ สื่อฟรีออนไลน์ดอทคอม ขอนำเสนอ อบรมออนไลน์รับเกียรติบัตร หัวข้อ Change Agent to Changing Space เติมไอเดีย ครูแนะแนว สร้างเด็กอย่างไรให้ไปถึงฝั่งฝัน วันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม 2566  เวลา 09.00 – 11.30 น. โดย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถขอรับเกียรติบัตรจากการเข้าร่วมได้

พลิกโฉมคาบแนะแนว เทคนิคและกลยุทธ์ที่ครูแนะแนวยุกใหม่ใช้ส่งเสริมเด็กทุกช่วงชั้นสู่ฝั่งฝันที่ต้องการ

คาบแนะแนวในโรงเรียนไทยหลายแห่งอาจยังคงเป็นเพียงช่วงเวลาที่นักเรียนนั่งฟังบรรยายเรื่องอาชีพ หรือกรอกแบบฟอร์มต่างๆ โดยไม่ได้รับการพัฒนาทักษะที่แท้จริงสำหรับการวางแผนชีวิตและอนาคต แต่หากเราลองมองใหม่และปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานของครูแนะแนว คาบแนะแนวจะกลายเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่าและสร้างความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงให้กับชีวิตของเด็กๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์

บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเทคนิคและแนวทางต่างๆ ที่ครูแนะแนวสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาคาบแนะแนวให้มีความหมาย เพื่อช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนทุกช่วงชั้นสามารถค้นพบตัวเอง พัฒนาศักยภาพ และเดินไปสู่เป้าหมายในชีวิตที่พวกเขาใฝ่ฝันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ทำความเข้าใจบทบาทครูแนะแนวในยุคใหม่

ครูแนะแนวในอดีตอาจถูกมองว่าเป็นเพียงผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพและการศึกษาต่อ หรือเป็นผู้ช่วยแก้ปัญหาเมื่อนักเรียนมีปัญหาเท่านั้น แต่ในยุคปัจจุบันที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บทบาทของครูแนะแนวจำเป็นต้องพัฒนาไปไกลกว่านั้นมาก ครูแนะแนวยุคใหม่ควรเป็นผู้ที่ช่วยพัฒนาทักษะชีวิตให้กับนักเรียน เป็นโค้ชที่คอยกระตุ้นและสนับสนุนให้เด็กๆ ค้นพบศักยภาพของตนเอง และเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ที่จะช่วยให้นักเรียนสามารถตัดสินใจและวางแผนชีวิตได้ด้วยตนเอง

การเปลี่ยนแปลงบทบาทนี้ต้องอาศัยความเข้าใจว่าการแนะแนวไม่ใช่แค่การบอกคำตอบหรือชี้นำทางเดียว แต่เป็นกระบวนการที่ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ที่จะคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ และรับผิดชอบต่อทางเลือกของตนเอง ครูแนะแนวจึงต้องมีทักษะในการฟัง การถามคำถามที่กระตุ้นการคิด และการสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยให้นักเรียนกล้าแสดงออกและสำรวจความสนใจของตนเอง

นอกจากนี้ ครูแนะแนวยุคใหม่ยังต้องเป็นผู้ที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก เข้าใจเทรนด์ของอาชีพในอนาคต และสามารถเชื่อมโยงความรู้เหล่านี้กับความสนใจและความสามารถของนักเรียนแต่ละคน เพื่อให้การแนะแนวมีความเกี่ยวข้องและมีประโยชน์จริงต่อชีวิตของพวกเขา

สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนักเรียนเป็นรากฐานสำคัญ

หัวใจสำคัญของการแนะแนวที่มีประสิทธิภาพคือความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูแนะแนวกับนักเรียน เมื่อนักเรียนรู้สึกว่าครูแนะแนวเข้าใจและใส่ใจพวกเขาจริงๆ พวกเขาจะเปิดใจมากขึ้น กล้าที่จะแบ่งปันความคิด ความรู้สึก และความฝันของตนเอง ซึ่งจะทำให้การแนะแนวมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเริ่มต้นจากการแสดงให้นักเรียนเห็นว่าครูแนะแนวเป็นมิตร เข้าถึงได้ และพร้อมจะรับฟังโดยไม่ตัดสิน ครูแนะแนวควรใช้เวลาในการทำความรู้จักกับนักเรียนแต่ละคนในระดับที่ลึกกว่าแค่ชื่อและเลขที่ เช่น การจำความสนใจ จุดแข็ง และความท้าทายของแต่ละคน การเรียกชื่อนักเรียนด้วยความเป็นกันเอง และการแสดงความสนใจในสิ่งที่พวกเขาทำหรือสนใจอย่างจริงใจ

ความสม่ำเสมอในการติดตามและให้การสนับสนุนก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน นักเรียนต้องรู้ว่าครูแนะแนวคือผู้ใหญ่ที่พวกเขาสามารถไว้วางใจและพึ่งพาได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือปัญหาใหญ่ การสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจที่นักเรียนรู้สึกว่าพวกเขาสามารถพูดคุยเรื่องอะไรก็ได้โดยไม่ถูกตัดสินหรือวิพากษ์วิจารณ์ จะช่วยให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นและการแนะแนวมีความหมายมากขึ้น

การแสดงความเคารพต่อความเป็นปัจเจกบุคคลของนักเรียนก็เป็นสิ่งสำคัญ ครูแนะแนวควรหลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบนักเรียนกับผู้อื่น หรือการบังคับให้พวกเขาเดินตามเส้นทางที่ครูคิดว่าดีที่สุด แต่ควรเคารพในความแตกต่างและช่วยให้แต่ละคนค้นพบเส้นทางที่เหมาะสมกับตนเอง

เทคนิคการแนะแนวสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา

นักเรียนระดับประถมศึกษาอยู่ในช่วงวัยที่กำลังสำรวจโลกรอบตัวและค้นพบความสนใจของตนเอง การแนะแนวในช่วงนี้ควรเน้นไปที่การสร้างรากฐานของการรู้จักตนเอง การพัฒนาทักษะทางสังคม และการเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น โดยใช้วิธีการที่สนุกสนานและเหมาะสมกับวัย

กิจกรรมที่ช่วยให้เด็กๆ ได้สำรวจความสนใจและความถนัดของตนเองผ่านการเล่นและการลงมือทำเป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพมาก ตัวอย่างเช่น การจัดกิจกรรมหมุนเวียนที่ให้เด็กได้ลองทำสิ่งต่างๆ หลายอย่าง เช่น การวาดภาพ การทำอาหารง่ายๆ การทดลองวิทยาศาสตร์เบื้องต้น หรือการเล่นดนตรี จะช่วยให้เด็กได้ค้นพบว่าตนเองชอบหรือถนัดในเรื่องใดบ้าง

การใช้นิทานและเรื่องราวของแบบอย่างที่ดีเป็นเครื่องมือในการสอนก็เหมาะสมกับเด็กประถม การเล่าเรื่องราวของคนที่ประสบความสำเร็จในอาชีพต่างๆ โดยเฉพาะคนที่เด็กๆ สามารถเห็นเป็นแบบอย่างได้ เช่น นักบินหญิงคนแรกของไทย หรือนักกีฬาที่มาจากครอบครัวธรรมดา จะช่วยกระตุ้นจินตนาการและความฝันของเด็กๆ

กิจกรรมที่ส่งเสริมการทำงานร่วมกันและทักษะทางสังคมก็สำคัญมากในช่วงนี้ การจัดกิจกรรมกลุ่มที่เด็กๆ ต้องร่วมมือกัน แบ่งปันความคิดเห็น และเรียนรู้ที่จะยอมรับความแตกต่าง จะช่วยพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานและการใช้ชีวิตในอนาคต

การสอนเรื่องอารมณ์และการจัดการกับความรู้สึกก็เป็นส่วนหนึ่งของการแนะแนวที่สำคัญ เด็กๆ ต้องเรียนรู้ที่จะรับรู้และแสดงออกถึงอารมณ์ของตนเองอย่างเหมาะสม รวมถึงเรียนรู้ที่จะเข้าใจอารมณ์ของผู้อื่นด้วย กิจกรรมที่ใช้ภาพหรือเกมเพื่อสอนเรื่องอารมณ์ต่างๆ และวิธีจัดการกับอารมณ์เหล่านั้นจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการวางรากฐานสำหรับการพัฒนาทางอารมณ์ในอนาคต

การเชิญวิทยากรจากอาชีพต่างๆ มาให้ความรู้กับเด็กๆ ในรูปแบบที่สนุกสนานและเข้าถึงได้ก็เป็นอีกวิธีที่ดี เช่น การให้แพทย์มาสาธิตการตรวจสุขภาพเบื้องต้น หรือให้ช่างทำขนมมาสอนทำคุกกี้ จะช่วยให้เด็กๆ ได้เห็นภาพของอาชีพต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรมและน่าสนใจ

เทคนิคการแนะแนวสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

นักเรียนระดับมัธยมต้นกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างมาก พวกเขาเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวตนและค้นหาความหมายของชีวิต การแนะแนวในช่วงนี้จึงควรเน้นไปที่การพัฒนาความเข้าใจตนเอง การค้นหาความสนใจที่แท้จริง และการเริ่มต้นวางแผนอนาคตอย่างจริงจัง

การใช้แบบประเมินความถนัดและความสนใจต่างๆ เช่น แบบทดสอบบุคลิกภาพหรือแบบประเมินความถนัดทางอาชีพ สามารถช่วยให้นักเรียนเข้าใจตนเองมากขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือครูแนะแนวต้องอธิบายผลการประเมินอย่างถูกต้องและไม่ให้นักเรียนรู้สึกว่าถูกกำหนดหรือจำกัดโดยผลลัพธ์เหล่านั้น ผลการประเมินควรถูกใช้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการสนทนาและสำรวจความเป็นไปได้ต่างๆ มากกว่าเป็นคำตอบสุดท้าย

กิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ลองทำงานจริงหรือสัมผัสกับอาชีพต่างๆ ผ่าน Career Day หรือโครงการเยี่ยมชมสถานประกอบการจะช่วยให้พวกเขาได้เห็นภาพของอาชีพต่างๆ ที่ชัดเจนขึ้น การได้พูดคุยกับคนทำงานจริงและฟังประสบการณ์จากพวกเขาจะสร้างแรงบันดาลใจและช่วยให้นักเรียนเข้าใจว่าแต่ละอาชีพต้องใช้ทักษะและความรู้อะไรบ้าง

โครงการพี่เลี้ยงหรือการจับคู่นักเรียนกับผู้ประกอบอาชีพในสาขาที่พวกเขาสนใจก็เป็นอีกวิธีที่มีประสิทธิภาพ การได้มีพี่เลี้ยงที่สามารถให้คำแนะนำ แบ่งปันประสบการณ์ และเป็นแบบอย่างได้จะช่วยให้นักเรียนมีแรงผลักดันและมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น

การสอนทักษะการตั้งเป้าหมายและการวางแผนเป็นสิ่งสำคัญในช่วงนี้ ครูแนะแนวควรช่วยให้นักเรียนเรียนรู้ที่จะตั้งเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม วัดผลได้ และบรรลุได้จริง โดยใช้หลักการ SMART (Specific, Measurable, Achievable, Relevant, Time-bound) การฝึกให้นักเรียนแบ่งเป้าหมายใหญ่ออกเป็นเป้าหมายย่อยๆ และสร้างแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนจะช่วยให้พวกเขามีทักษะในการบริหารจัดการชีวิตได้ดีขึ้น

การพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 เช่น ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการสื่อสาร ควรถูกบูรณาการเข้าไปในกิจกรรมแนะแนวด้วย การให้นักเรียนทำโครงงานกลุ่มที่ต้องใช้ทักษะเหล่านี้ หรือการจัดกิจกรรมอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจะช่วยพัฒนาทักษะเหล่านี้ไปพร้อมๆ กับการแนะแนว

เทคนิคการแนะแนวสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

นักเรียนระดับมัธยมปลายกำลังเผชิญกับการตัดสินใจที่สำคัญเกี่ยวกับอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสายการเรียน การเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย หรือการวางแผนเส้นทางอาชีพ การแนะแนวในช่วงนี้จึงต้องมีความเฉพาะเจาะจงและเป็นรูปธรรมมากขึ้น พร้อมทั้งให้การสนับสนุนทางอารมณ์เพื่อจัดการกับความกดดันที่พวกเขาเผชิญ

การให้คำปรึกษาแบบรายบุคคลมีความสำคัญมากในช่วงนี้ ครูแนะแนวควรใช้เวลานั่งคุยกับนักเรียนแต่ละคนเพื่อทำความเข้าใจความสนใจ จุดแข็ง จุดอ่อน และเป้าหมายของพวกเขา การใช้แนวทางโค้ชชิ่งที่เน้นการถามคำถามเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนคิดและหาคำตอบด้วยตนเอง มากกว่าการบอกคำตอบโดยตรง จะช่วยให้พวกเขาพัฒนาทักษะการตัดสินใจที่ดีขึ้น

การจัดเวิร์กช็อปเกี่ยวกับการเลือกสาขาวิชาและมหาวิทยาลัยควรมีเนื้อหาที่ครอบคลุมและเป็นปัจจุบัน ครูแนะแนวควรให้ข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรต่างๆ โอกาสในการทำงาน แนวโน้มของตลาดแรงงาน และการเปลี่ยนแปลงของโลกที่อาจส่งผลต่ออาชีพในอนาคต การเชิญศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จมาแบ่งปันประสบการณ์ก็จะช่วยให้นักเรียนได้เห็นภาพที่เป็นจริงมากขึ้น

การเตรียมความพร้อมในการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยหรือการหางานเป็นอีกส่วนสำคัญ ครูแนะแนวควรสอนทักษะการเขียนเรียงความเพื่อสมัครเข้าเรียน การเตรียมตัวสัมภาษณ์ การเขียน Resume และ Portfolio การจัดเวิร์กช็อปให้นักเรียนได้ฝึกฝนทักษะเหล่านี้และได้รับ Feedback จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและโอกาสในการสำเร็จ

การจัดการกับความเครียดและความกดดันเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง นักเรียนมัธยมปลายหลายคนเผชิญกับความกดดันจากการเรียน การสอบ และความคาดหวังจากครอบครัว ครูแนะแนวควรสอนเทคนิคการจัดการความเครียด เช่น การฝึกสติ การบริหารจัดการเวลา และการดูแลสุขภาพจิต พร้อมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมที่นักเรียนรู้สึกปลอดภัยที่จะพูดคุยเกี่ยวกับความกังวลของพวกเขา

การส่งเสริมให้นักเรียนมีทางเลือกสำรองและมีความยืดหยุ่นในการวางแผนอนาคตก็สำคัญ ครูแนะแนวควรช่วยให้นักเรียนเข้าใจว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จมีได้หลายทาง และความล้มเหลวหรือการเปลี่ยนแปลงแผนไม่ได้หมายความว่าพวกเขาล้มเหลวในชีวิต การมี Plan B และ Plan C จะช่วยลดความกดดันและเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจ

การพัฒนาทักษะชีวิตที่จำเป็นสำหรับทุกช่วงชั้น

นอกจากการแนะแนวเฉพาะในแต่ละช่วงชั้นแล้ว ยังมีทักษะชีวิตพื้นฐานที่ทุกคนต้องการและครูแนะแนวควรบูรณาการเข้าไปในทุกกิจกรรม ทักษะเหล่านี้จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้นักเรียนสามารถก้าวไปข้างหน้าในชีวิตได้อย่างมั่นคงไม่ว่าพวกเขาจะเลือกเส้นทางใด

ทักษะการสื่อสารเป็นหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุด การรู้จักแสดงความคิดเห็นอย่างชัดเจน การฟังอย่างตั้งใจ และการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ ทั้งการพูด การเขียน และการใช้ภาษากาย ล้วนเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและการใช้ชีวิต ครูแนะแนวควรสร้างโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกฝนทักษะเหล่านี้ผ่านการนำเสนอ การอภิปราย และการทำงานกลุ่ม

ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ปัญหาช่วยให้นักเรียนสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ ประเมินทางเลือก และตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล การให้นักเรียนเผชิญกับปัญหาจริงหรือกรณีศึกษาที่พวกเขาต้องคิดหาทางแก้ไข จะช่วยพัฒนาทักษะนี้ได้เป็นอย่างดี

ทักษะการบริหารจัดการเวลาและการตั้งลำดับความสำคัญเป็นสิ่งที่นักเรียนต้องเรียนรู้ตั้งแต่เนิ่นๆ การสอนให้พวกเขารู้จักวางแผน จัดลำดับความสำคัญของงาน และจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้พวกเขาสามารถบรรลุเป้าหมายได้โดยไม่ต้องเสียสละสุขภาพหรือความสุข

ทักษะทางอารมณ์และการเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเป็นทักษะที่สำคัญมากในโลกที่เราต้องทำงานและใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น การรู้จักรับรู้และจัดการกับอารมณ์ของตนเอง รวมถึงเข้าใจและเคารพความรู้สึกของผู้อื่น จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและความสำเร็จในการทำงานเป็นที

รายละเอียดกิจกรรม หัวข้อ Change Agent to Changing Space เติมไอเดียครูแนะแนว สร้างเด็กอย่างไรให้ไปถึงฝั่งฝัน

คำชี้แจง กิจกรรม หัวข้อ Change Agent to Changing Space เติมไอเดียครูแนะแนว สร้างเด็กอย่างไรให้ไปถึงฝั่งฝัน

ชวนเข้าร่วมกิจกรรมดี ๆ จาก Thai PBS กันค่ะมาร่วมกันเปลี่ยนคาบแนะแนวให้มีความหมายสำหรับเด็ก ด้วยการพลิกโฉมบทบาท ครูแนะแนว กับเทคนิคที่ช่วยส่งเสริมเด็กทุกช่วงชั้นให้ไปถึงฝั่งฝันตามที่ต้องการ พร้อมก้าวข้ามความท้าทายกับการดูแลเด็กเป็น 1,000 คน ให้สำเร็จได้ด้วยครูแนะแนวเพียง 1 คนสนใจเข้าร่วมกิจกรรมคลิกเลย  หัวข้อ Change Agent to Changing Space เติมไอเดียครูแนะแนว สร้างเด็กอย่างไรให้ไปถึงฝั่งฝัน

หมายเหตุ

การรับเกียรติบัตร หลังจบกิจกรรมใช้เวลาดำเนินการ 10 วัน

หากผู้ร่วมกิจกรรม Zoom เต็ม ท่านยินดีจะแจ้งความประสงค์ขอรับชมลิงก์ย้อนหลังผ่านทาง Line @deschooling 

ขอบคุณแหล่งที่มา : สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ห้ามพลาด