สวัสดีคุณครูทุกท่านครับ วันนี้ สื่อฟรีออนไลน์ดอทคอม ขอนำเสนอ อบรมออนไลน์ฟรี ทำแบบทดสอบสัปดาห์นิทรรศการวันวิสาขบูชาออนไลน์ 2566 ผ่านเกณฑ์ 70% รับเกียรติบัตรฟรี จัดทำโดย คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เปิดให้ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร ศิษย์เก่า นักเรียน นักศึกษา และประชาชนบุคคลทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมสัปดาห์นิทรรศการวันวิสาขบูชาออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 3 – 9 มิถุนายน 2566 ทุกท่านสามารถเข้าชมนิทรรศการออนไลน์และทำแบบประเมินความรู้ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 (14 ข้อ จาก 20) จะได้รับเกียรติบัตรจากคณะศิลปศาสตร์ มทร.พระนคร แบบอัตโนมัติทางอีเมล ที่ท่านลงทะเบียน (ควรใช้ @gmail.com)

อบรมออนไลน์รับเกียรติบัตร ทำแบบทดสอบสัปดาห์นิทรรศการวันวิสาขบูชาออนไลน์ 2566 ผ่านเกณฑ์ 70% รับเกียรติบัตรฟรี จัดทำโดย คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

วันวิสาขบูชา วันสำคัญสูงสุดของพระพุทธศาสนาที่ชาวพุทธทั่วโลกให้ความเคารพ

วันวิสาขบูชาถือเป็นวันสำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่รวมเอาเหตุการณ์สำคัญ 3 เหตุการณ์ในพระชนม์ชีพของพระพุทธเจ้าเข้าไว้ด้วยกันคือวันประสูติ วันตรัสรู้ และวันปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเหตุการณ์ทั้ง 3 นี้เกิดขึ้นในวันเพื่อนเดือน 6 แต่คนละปีกัน วันวิสาขบูชาจึงเป็นวันที่ชาวพุทธทั่วโลกให้ความสำคัญและจัดพิธีทางศาสนาต่างๆ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้าที่ทรงประสูติมาเพื่อตรัสรู้และแสดงธรรมให้แก่มนุษยชาติ

ความหมายและที่มาของวันวิสาขบูชา

คำว่า “วิสาขบูชา” มาจากภาษาบาลีว่า “วิสาขปูรณมี” แปลว่า วันเพื่อนเดือนวิสาขะ โดยเดือนวิสาขะตรงกับเดือน 6 ของปฏิทินจันทรคติ ซึ่งโดยปกติจะตรงกับช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี วันวิสาขบูชาจึงเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ตามปฏิทินจันทรคติไทย หรือวันเพื่อนเดือน 6 นั่นเอง การบูชาในวันนี้จึงหมายถึงการบูชาพระพุทธเจ้าด้วยการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ปฏิบัติตามพระธรรมคำสอน และน้อมนำหลักธรรมมาประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

ในประเทศไทยนั้น วันวิสาขบูชาได้รับการประกาศให้เป็นวันหยุดราชการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 และในปี พ.ศ. 2542 องค์การสหประชาชาติได้ให้การรับรองวันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลของโลก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของวันนี้ที่มีต่อชาวพุทธทั่วโลกและต่อมนุษยชาติโดยรวม การที่องค์การสหประชาชาติให้การยอมรับนั้นเป็นเพราะคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นหลักธรรมที่สากล สอนให้มนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างสันติ มีความเมตตากรุณา และดำรงชีวิตอย่างมีสติปัญญา

เหตุการณ์สำคัญ 3 ประการในวันวิสาขบูชา

เหตุการณ์แรกคือวันประสูติของพระสิทธัตถะ ซึ่งเกิดในวันเพื่อนเดือน 6 ตรงกับวันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม ปีมะเมีย พ.ศ. 623 ก่อนพุทธศักราช ณ สวนลุมพินีวัน ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์และกรุงเทวทหะ ในเขตแคว้นสักกะ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในประเทศเนปาล พระองค์ประสูติจากพระนางสิริมหามายา พระมารดา และพระเจ้าสุทโธทนะ พระราชบิดา ผู้เป็นกษัตริย์แห่งแคว้นสักกะ ตามตำนานเล่าว่าเมื่อพระองค์ประสูติแล้ว ทรงเดินได้ทันที 7 ก้าว และมีดอกบัวบานรองรับพระบาทในทุกก้าว พร้อมกับตรัสว่า “เราเป็นผู้เลิศในโลก เราเป็นผู้เจริญที่สุดในโลก เราเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย บัดนี้ไม่มีความเกิดอีกต่อไป” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพิเศษของพระองค์ที่จะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในชาตินี้

เหตุการณ์ที่สองคือวันตรัสรู้ธรรม ซึ่งเกิดขึ้นในวันเพื่อนเดือน 6 ตรงกับวันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม ปีมะเมีย พ.ศ. 588 ก่อนพุทธศักราช เมื่อพระองค์มีพระชนมายุได้ 35 พรรษา ณ โคนต้นพระศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ปัจจุบันคือบริเวณพุทธคยา มลรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย หลังจากที่พระองค์ทรงออกผนวช มาแล้ว 6 ปี ทรงบำเพ็ญเพียรอย่างหนักด้วยการทรมานพระกายจนเกือบสิ้นพระชนม์ แต่ก็ไม่พบหนทางที่แท้จริง จนกระทั่งพระองค์ทรงทราบว่าทางสายกลางคือหนทางที่ถูกต้อง จึงทรงรับพระกระยาหารคือข้าวมธุปายาสจากนางสุชาดา หญิงสาวชาวบ้าน แล้วเสด็จไปประทับนั่งสมาธิใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ทรงปฏิญาณว่าจะไม่ลุกขึ้นจนกว่าจะตรัสรู้ ในราตรีวันเพื่อนเดือน 6 นั้นเองพระองค์ทรงบรลุธรรมสูงสุดคือพระสัมมาสัมโพธิญาณ ทรงรู้แจ้งอริยสัจ 4 ปฏิจจสมุปบาท และนิพพานอันเป็นที่สิ้นสุดแห่งทุกข์ทั้งปวง จึงเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง

เหตุการณ์ที่สามคือวันปรินิพพาน ซึ่งเกิดขึ้นในวันเพื่อนเดือน 6 ตรงกับวันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม ปีกุน พ.ศ. 543 ก่อนพุทธศักราช เมื่อพระองค์มีพระชนมายุได้ 80 พรรษา ณ ริมแม่น้ำหิรัญญวดี ระหว่างต้นไม้สาละคู่ สวนของท้าวมัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ ปัจจุบันคือรัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย หลังจากที่ทรงประกาศพระศาสนามาแล้ว 45 พรรษา ทรงแสดงธรรมโปรดสัตว์นับไม่ถ้วน มีพระสาวกมากมายที่ได้บรลุธรรม ก่อนจะปรินิพพานพระองค์ทรงแสดงธรรมเทศนาครั้งสุดท้ายแก่พระสงฆ์ว่า “วยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ” แปลว่า “สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา พวกเธอจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด” นี่เป็นพระดำรัสสุดท้ายที่ทรงสั่งสอนให้พระสงฆ์และชาวพุทธทั้งหลายอย่างตั้งใจปฏิบัติธรรม ไม่ประมาท จนถึงที่สุดแห่งทุกข์

ความสำคัญของวันวิสาขบูชาต่อชาวพุทธ

วันวิสาขบูชามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชาวพุทธเพราะเป็นวันที่รวมเหตุการณ์สำคัญที่สุดในพระชนม์ชีพของพระพุทธเจ้าไว้ครบทั้ง 3 เหตุการณ์ การที่เหตุการณ์สำคัญทั้ง 3 นี้เกิดขึ้นในวันและเดือนเดียวกันถือเป็นความพิเศษอย่างยิ่ง ชาวพุทธจึงถือว่าวันนี้เป็นวันศักดิ์สิทธิ์ที่สุด เป็นวันแห่งการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้าที่ทรงเมตตามนุษย์และสัตว์โลกทั้งหลาย ทรงประสูติมาเพื่อแสวงหาความจริงของชีวิต และเมื่อตรัสรู้แล้วก็ได้ทรงเผยแผ่พระธรรมคำสอนให้แก่มนุษยชาติ เพื่อให้เราได้พ้นจากความทุกข์และบรลุถึงความสุขที่แท้จริง

นอกจากนี้วันวิสาขบูชายังเป็นวันที่เตือนใจชาวพุทธให้ตระหนักถึงความไม่เที่ยงของชีวิต เพราะแม้แต่พระพุทธเจ้าผู้ทรงบรลุธรรมสูงสุดก็ยังต้องปรินิพพานตามกฎธรรมชาติ การระลึกถึงวันปรินิพพานจึงเป็นการเตือนใจให้เราใช้ชีวิตอย่างมีสติ ตั้งใจปฏิบัติธรรม และทำความดีให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ เพราะชีวิตของเรานั้นมีกำหนด ไม่มีใครรู้ว่าจะมีอายุยืนยาวเท่าไร การใช้เวลาที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดคือการปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้านั่นเอง

วันวิสาขบูชายังเป็นวันที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการศึกษาพระธรรม เพราะพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้เพื่อแสดงธรรมให้เราได้รู้ การที่เราระลึกถึงพระองค์ในวันนี้จึงไม่ควรเป็นเพียงแค่การทำพิธีกรรมเท่านั้น แต่ควรเป็นการศึกษาและนำหลักธรรมมาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน การฟังธรรม ศึกษาพระไตรปิฎก และนำหลักธรรมมาใช้ในการดำเนินชีวิตคือการบูชาพระพุทธเจ้าที่แท้จริง ดังที่พระองค์ทรงตรัสไว้ว่า “ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต ผู้ใดเห็นตถาคต ผู้นั้นเห็นธรรม”

กิจกรรมและประเพณีในวันวิสาขบูชา

ในวันวิสาขบูชานั้นชาวพุทธทั่วประเทศไทยจะมีกิจกรรมต่างๆ มากมายเพื่อเป็นการระลึกถึงพระพุทธคุณ กิจกรรมหลักที่ชาวพุทธนิยมปฏิบัติกันคือการไปวัดตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อทำบุญตักบาตร ถือศีล ฟังพระธรรมเทศนา และเวียนเทียนในตอนเย็น กิจกรรมเหล่านี้ล้วนมีความหมายและเป็นการแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัยอย่างลึกซึ้ง

การทำบุญตักบาตรในเช้าวันวิสาขบูชาถือเป็นกิจกรรมแรกที่ชาวพุทธจะปฏิบัติ โดยจะเตรียมอาหารคาวหวานไปถวายพระสงฆ์ที่วัด การตักบาตรนี้เป็นการสร้างบุญกุศลและเป็นการสนับสนุนพระสงฆ์ให้ได้มีปัจจัย 4 ในการศึกษาพระธรรมวินัยและเผยแผ่พระศาสนา นอกจากนี้การให้ทานยังเป็นการฝึกจิตใจให้มีความเสียสละ ไม่เห็นแก่ตัว และเห็นคุณค่าของการแบ่งปัน ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่พระพุทธเจ้าทรงสอนให้พุทธศาสนิกชนปฏิบัติ

การถือศีลในวันวิสาขบูชาก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ชาวพุทธให้ความสำคัญ โดยทั่วไปชาวบ้านจะถือศีล 5 แต่สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างบารมีมากขึ้นก็จะถือศีล 8 หรือแม้แต่ศีล 10 การถือศีลเป็นการฝึกระเบียบวินัยให้แก่จิตใจ เป็นการสำรวมกาย วาจา ใจให้อยู่ในทางที่ดีงาม ไม่ทำความชั่วที่จะเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น การถือศีลยังเป็นรากฐานสำคัญของการปฏิบัติธรรมขั้นสูงต่อไป เพราะหากไม่มีศีลเป็นฐานแล้วจิตใจจะไม่สงบ การทำสมาธิก็จะไม่สำเร็จ และปัญญาก็จะไม่เกิดขึ้น

การฟังพระธรรมเทศนาเป็นกิจกรรมที่สำคัญไม่แพ้กิจกรรมอื่นๆ เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้ศึกษาพระธรรมอย่างเป็นระบบจากพระสงฆ์ผู้รู้ ในวันวิสาขบูชานั้นพระสงฆ์จะแสดงธรรมเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธประวัติ ความสำคัญของวันวิสาขบูชา หรือหลักธรรมสำคัญต่างๆ ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ การฟังธรรมอย่างตั้งใจและนำไปปฏิบัติคือการบูชาที่ดีที่สุด เพราะแสดงว่าเราให้ความสำคัญกับคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง

การเวียนเทียนเป็นกิจกรรมที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะในวันวิสาขบูชานั้นจะมีพุทธศาสนิกชนมาร่วมเวียนเทียนเป็นจำนวนมาก การเวียนเทียนจะทำในเวลาเย็นหลังจากพระอาทิตย์ตกดิน พุทธศาสนิกชนจะถือธูป เทียน ดอกไม้ แล้วเดินเวียนรอบอุโบสถหรือพระเจดีย์ทางขวา 3 รอบ พร้อมกับสวดมนต์ระลึกถึงพระรัตนตรัย การเวียนเทียนนี้มีความหมายลึกซึ้ง คือการแสดงความเคารพนับถือพระรัตนตรัย แสงเทียนเปรียบเสมือนแสงสว่างแห่งพระปัญญาที่ส่องนำทางให้เราพ้นจากความมืดแห่งอวิชชา และการเวียนไปทางขวาก็เป็นการแสดงความเคารพตามประเพณีนิยมของชาวพุทธมาแต่โบราณ

นอกจากกิจกรรมที่กล่าวมาแล้วยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกที่ชาวพุทธนิยมปฏิบัติในวันวิสาขบูชา เช่น การสรงน้ำพระ การปล่อยนกปล่อยปลา การบริจาคทาน การทำสมาธิภาวนา การศึกษาพระธรรม และการร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่วัดจัดขึ้น กิจกรรมเหล่านี้ล้วนมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างบุญกุศล ฝึกฝนจิตใจให้มีคุณธรรม และระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้าอย่างสม่ำเสมอ

การปฏิบัติตนในวันวิสาขบูชา

ในวันวิสาขบูชานั้นพุทธศาสนิกชนควรปฏิบัติตนให้สมกับเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา การปฏิบัติตนที่ดีในวันนี้ไม่ได้จำกัดเพียงแค่การไปวัดหรือทำกิจกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ควรรวมไปถึงการดำรงชีวิตประจำวันด้วยความมีสติ การปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง และการแสดงออกถึงความเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีในทุกด้านของชีวิต

สิ่งแรกที่ควรทำคือการรักษาศีล ไม่ว่าจะเป็นศีล 5 หรือศีล 8 ขึ้นอยู่กับความพร้อมและความสามารถของแต่ละบุคคล การรักษาศีลให้บริสุทธิ์จะทำให้จิตใจผ่องใสและเป็นฐานสำหรับการปฏิบัติธรรมที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในวันสำคัญเช่นวันวิสาขบูชานี้การรักษาศีลให้เคร่งครัดจะยิ่งสร้างบุญกุศลมากขึ้น

การปฏิบัติทานก็เป็นสิ่งที่ควรทำในวันนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นทานในรูปของเงินทองหรือทรัพย์สมบัติเท่านั้น แต่อาจเป็นการให้ธรรมะ การให้กำลังใจ การให้อภัย หรือการให้เวลากับการทำความดีต่างๆ การให้ทานช่วยลดความยึดติดในสิ่งของและเห็นแก่ตัว ทำให้จิตใจมีความเมตตาและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากขึ้น

การปฏิบัติภาวนาหรือการทำสมาธิเป็นสิ่งที่สำคัญมากในวันวิสาขบูชา เพราะเป็นการฝึกจิตให้สงบและมีสติ การทำสมาธิไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานหรือต้องเป็นผู้มีความชำนาญ แม้แต่การนั่งหลับตาและระลึกถึงพระพุทธเจ้าหรือสวดมนต์ด้วยความตั้งใจก็เป็นการทำสมาธิรูปแบบหนึ่งแล้ว การมีสติในการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการกิน การเดิน การพูด หรือการทำงาน ก็เป็นการฝึกสมาธิได้เช่นกัน

การศึกษาพระธรรมเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการที่เรารู้และเข้าใจในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าจะทำให้เราสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง การอ่านพระไตรปิฎก การฟังธรรมบรรยาย การดูสื่อธรรมะ หรือการสนทนาธรรมกับเพื่อนพุทธศาสนิกชนล้วนเป็นการศึกษาพระธรรมที่ดีทั้งสิ้น ในยุคปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีการศึกษาพระธรรมก็สะดวกสบายมากขึ้น มีเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางออนไลน์ต่างๆ ที่เผยแพร่พระธรรมคำสอนอยู่มากมาย

การแสดงความกตัญญูต่อบุพการีและผู้มีพระคุณก็เป็นสิ่งที่ควรทำในวันนี้ เพราะพระพุทธเจ้าทรงสอนให้เรารู้จักกตัญญูกตเวที มีความรู้คุณและตอบแทนคุณ การที่เราจะสามารถมาทำบุญทำทานหรือปฏิบัติธรรมได้ก็เพราะมีบิดามารดาและผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดูอบรมสั่งสอนเรามา การระลึกถึงพระคุณของท่านและทำความดีอุทิศส่วนกุศลให้กับท่านเป็นการแสดงความกตัญ

รายละเอียดแบบทดสอบสัปดาห์นิทรรศการวันวิสาขบูชาออนไลน์ 2566

คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เปิดให้ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร ศิษย์เก่า นักเรียน นักศึกษา และประชาชนบุคคลทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมสัปดาห์นิทรรศการวันวิสาขบูชาออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 3 – 9 มิถุนายน 2566 ทุกท่านสามารถเข้าชมนิทรรศการออนไลน์และทำแบบประเมินความรู้ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 (14 ข้อ จาก 20) จะได้รับเกียรติบัตรจากคณะศิลปศาสตร์ มทร.พระนคร แบบอัตโนมัติทางอีเมล ที่ท่านลงทะเบียน (ควรใช้ @gmail.com)
สำหรับนักศึกษา มทร.พระนคร ทุกคณะ ทุกสังกัด เมื่อผ่านเกณฑ์ประเมินความรู้ร้อยละ 70 แล้ว จะได้รับชั่วโมงกิจกรรมพัฒนานักศึกษาสู่การเป็นบัณฑิตพึงประสงค์ ด้านเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม จำนวน 3 ชั่วโมงกิจกรรม สามารถเข้าทำแบบประเมินจนผ่าน และจะแจ้งผลทางอีเมล @rmutp.ac.th แบบอัตโนมัติ

หมายเหตุ

นักศึกษาไม่ต้องดำเนินการใด ๆ ต่อทั้งสิ้น คณะศิลปศาสตร์จะนำข้อมูลส่งให้กับกองพัฒนานักศึกษาและลงระบบหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม

กรณีสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม inbox FB https://www.facebook.com/std.aff.larts.rmutp

ตัวอย่างเกียรติบัตร

แบบทดสอบสัปดาห์นิทรรศการวันวิสาขบูชาออนไลน์ 2566 ผ่านเกณฑ์ 70% รับเกียรติบัตรฟรี

จัดทำโดย คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

ขอบคุณแหล่งที่มา : ฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มทร.พระนคร

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ห้ามพลาด