
บทความนี้ สื่อฟรีออนไลน์.com
ขอแนะนำไฟล์ แบบปร.4.5.6 เสนอของบ67
การใช้แบบ ปร.4 ปร.5 และ ปร.6 ในการประมาณการต้นทุนโครงการก่อสร้าง แนวทางและเทคนิคที่ต้องรู้
การบริหารโครงการก่อสร้างในประเทศไทยนั้นต้องอาศัยระบบการประมาณการที่มีมาตรฐานและถูกต้องแม่นยำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการของภาครัฐที่ต้องใช้งบประมาณจากเงินภาษีของประชาชน ระบบเอกสารมาตรฐานที่เรียกว่า แบบ ปร.4 ปร.5 และ ปร.6 จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้การประมาณราคาและควบคุมงบประมาณเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ เอกสารชุดนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้การวางแผนงบประมาณเป็นไปอย่างเป็นระบบ แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบและติดตามการใช้จ่ายงบประมาณตลอดระยะเวลาของโครงการอีกด้วย
สำหรับวิศวกร ผู้รับเหมา เจ้าหน้าที่ประมาณราคา หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างของภาครัฐ การเข้าใจและสามารถใช้งานเอกสารทั้งสามฉบับนี้ได้อย่างถูกต้องถือเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเอกสารเหล่านี้ไม่เพียงแต่ใช้ในการเสนอราคา แต่ยังเป็นเอกสารอ้างอิงตลอดการดำเนินโครงการจนกระทั่งแล้วเสร็จและส่งมอบงาน บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงรายละเอียดของแต่ละแบบฟอร์ม วิธีการใช้งานที่ถูกต้อง และเทคนิคต่างๆ ที่จะช่วยให้การประมาณการของคุณแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ความเป็นมาและความสำคัญของระบบแบบ ปร.4 ปร.5 และ ปร.6
ในอดีตการประมาณราคางานก่อสร้างของหน่วยงานราชการแต่ละแห่งอาจมีรูปแบบและวิธีการที่แตกต่างกันไป ทำให้เกิดความไม่สม่ำเสมอและยากต่อการเปรียบเทียบหรือตรวจสอบ กรมโยธาธิการและผังเมืองจึงได้พัฒนาระบบเอกสารมาตรฐานขึ้นมาเพื่อให้ทุกหน่วยงานใช้รูปแบบเดียวกัน ทำให้เกิดความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ง่ายขึ้น
ระบบแบบฟอร์ม ปร นี้ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ปัจจุบันแบบฟอร์มเหล่านี้ได้กลายเป็นมาตรฐานที่หน่วยงานราชการทุกแห่งต้องใช้ในการประมาณราคางานก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นงานอาคาร งานโครงสร้าง งานถนน งานสาธารณูปโภค หรืองานก่อสร้างประเภทอื่นๆ
ความสำคัญของระบบนี้อยู่ที่การสร้างความมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายสามารถเข้าใจและตรวจสอบข้อมูลได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังช่วยลดความผิดพลาดในการประมาณราคาและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการก่อสร้างของภาครัฐอีกด้วย การใช้ระบบที่เป็นมาตรฐานยังช่วยให้การเปรียบเทียบราคากลางกับราคาที่เสนอของผู้รับเหมาทำได้อย่างยุติธรรมและโปร่งใส
ทำความเข้าใจแบบ ปร.4 แบบประมาณการราคาค่าก่อสร้าง
แบบ ปร.4 คือเอกสารฉบับแรกและเป็นรากฐานสำคัญของการประมาณราคางานก่อสร้าง เอกสารฉบับนี้จะแสดงรายละเอียดของงานทั้งหมดที่ต้องดำเนินการในโครงการ โดยแบ่งออกเป็นรายการย่อยตามลักษณะของงาน เช่น งานดิน งานคอนกรีต งานเหล็ก งานผนัง งานหลังคา งานประตูหน้าต่าง งานระบบไฟฟ้า งานระบบประปา และอื่นๆ
ในแต่ละรายการงานจะมีการระบุปริมาณงานที่ต้องทำ หน่วยที่ใช้วัด ราคาต่อหน่วย และราคารวมของรายการนั้นๆ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกคำนวณจากแบบแปลนและรายการประกอบแบบที่วิศวกรออกแบบไว้ การทำแบบ ปร.4 จึงต้องอาศัยความรอบคอบและความเข้าใจในรายละเอียดของแบบแปลนเป็นอย่างดี
สิ่งสำคัญที่ต้องระวังในการทำแบบ ปร.4 คือการคำนวณปริมาณงานให้ถูกต้อง เพราะหากคำนวณปริมาณผิดพลาดจะส่งผลต่อราคารวมทั้งหมด ทำให้ประมาณการสูงหรือต่ำเกินไป การคำนวณปริมาณงานต้องทำตามหลักวิศวกรรมและมาตรฐานการคำนวณที่กำหนดไว้ เช่น การคำนวณปริมาณคอนกรีตต้องรวมค่าเผื่อการสูญเสีย การคำนวณเหล็กเสริมต้องรวมความยาวเชื่อมต่อและงอ เป็นต้น
นอกจากนี้แบบ ปร.4 ยังต้องมีรายการค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็น เช่น ค่าเครื่องมือเครื่องจักร ค่าดำเนินการ ค่ากำไร และภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยแต่ละหน่วยงานอาจมีอัตราที่กำหนดไว้แตกต่างกันเล็กน้อยตามระเบียบที่ใช้บังคับ ผู้ทำประมาณการจึงต้องศึกษาระเบียบของหน่วยงานนั้นๆ ให้ชัดเจนก่อนเริ่มทำงาน
การใช้งานแบบ ปร.5 ใบแสดงรายการวัสดุและค่าแรง
แบบ ปร.5 เป็นเอกสารที่แสดงรายละเอียดเชิงลึกของแต่ละรายการงานที่ปรากฏในแบบ ปร.4 หากแบบ ปร.4 แสดงภาพรวมของราคางาน แบบ ปร.5 ก็จะแสดงให้เห็นว่าราคานั้นมาจากการคำนวณอย่างไร ประกอบด้วยวัสดุอะไรบ้าง ใช้แรงงานประเภทใดและจำนวนเท่าใด
โครงสร้างของแบบ ปร.5 จะแบ่งออกเป็นส่วนของวัสดุและส่วนของค่าแรง ในส่วนของวัสดุจะระบุชื่อวัสดุ ปริมาณที่ใช้ต่อหน่วยงาน ราคาต่อหน่วยของวัสดุ และราคารวมของวัสดุนั้น ส่วนในส่วนของค่าแรงจะระบุประเภทของแรงงาน เช่น ช่างไม้ ช่างเหล็ก ช่างก่ออิฐ กรรมกร จำนวนคนงานที่ต้องใช้ อัตราค่าจ้างต่อวัน และค่าแรงรวม
การทำแบบ ปร.5 ต้องอาศัยความรู้เรื่องวิธีการก่อสร้างและอัตราส่วนผสมของวัสดุ เช่น หากต้องการทำคอนกรีตเสริมเหล็ก 1 ลูกบาศก์เมตร จะต้องรู้ว่าต้องใช้ปูนซีเมนต์กี่ถุง ทรายกี่ลูกบาศก์เมตร หินกี่ลูกบาศก์เมตร เหล็กเสริมกี่กิโลกรัม และต้องใช้แรงงานกี่คนวัน ข้อมูลเหล่านี้มักจะอ้างอิงจากตำราวิศวกรรม มาตรฐานของกรมโยธาธิการและผังเมือง หรือประสบการณ์จากงานที่ผ่านมา
สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญในแบบ ปร.5 คือราคาของวัสดุและค่าแรงต้องเป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับท้องตลาด หน่วยงานราชการมักจะมีการสำรวจราคากลางและเผยแพร่เป็นระยะ ผู้ทำประมาณการควรอ้างอิงราคาจากแหล่งที่เชื่อถือได้และสามารถอ้างอิงได้ในกรณีที่มีการตรวจสอบภายหลัง นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ที่อาจทำให้ราคาแตกต่างกัน เช่น ทำเลที่ตั้งโครงการ ความยากง่ายในการเข้าถึงสถานที่ และฤดูกาลที่ทำการก่อสร้าง
ความสำคัญของแบบ ปร.6 แบบแสดงรายการประมาณการค่าก่อสร้าง
แบบ ปร.6 คือเอกสารสรุปผลที่รวบรวมข้อมูลจากแบบ ปร.4 และแบบ ปร.5 มาแสดงในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและเห็นภาพรวมของงบประมาณทั้งโครงการ เอกสารฉบับนี้จะแสดงให้เห็นว่าโครงการต้องใช้งบประมาณทั้งหมดเท่าไร แบ่งเป็นค่าวัสดุเท่าไร ค่าแรงเท่าไร ค่าเครื่องมือเท่าไร และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เท่าไร
โครงสร้างของแบบ ปร.6 จะแสดงรายการหลักของงานตามที่ปรากฏในแบบ ปร.4 พร้อมราคารวมของแต่ละรายการ จากนั้นจะมีการรวมราคาทั้งหมดและเพิ่มค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามที่ระเบียบกำหนด เช่น ค่าดำเนินการ ค่ากำไร ภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้ได้ราคารวมสุดท้ายของโครงการ
แบบ ปร.6 เป็นเอกสารที่ผู้บริหารและผู้มีอำนาจอนุมัติงบประมาณจะใช้ในการพิจารณา ดังนั้นจึงต้องมีความชัดเจน ถูกต้อง และครบถ้วน เอกสารฉบับนี้ยังเป็นพื้นฐานในการกำหนดราคากลางที่จะใช้ในการประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วย ความแม่นยำของแบบ ปร.6 จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของโครงการ
การทำแบบ ปร.6 ที่ดีต้องมีความสมเหตุสมผลและสามารถอธิบายที่มาของตัวเลขได้ หากมีรายการใดที่มีราคาสูงหรือต่ำผิดปกติต้องสามารถชี้แจงเหตุผลได้ นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบความสอดคล้องกับโครงการอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เพื่อให้มั่นใจว่าราคาที่ประมาณการไว้อยู่ในกรอบที่สมเหตุสมผล
ขั้นตอนการจัดทำแบบ ปร.4 ปร.5 และ ปร.6 อย่างเป็นระบบ
การจัดทำเอกสารทั้งสามฉบับต้องเริ่มจากการศึกษาแบบแปลนและเอกสารประกอบแบบให้ละเอียดถี่ถ้วน ผู้ทำประมาณการต้องเข้าใจรายละเอียดของงานทุกส่วน รู้ว่าแต่ละงานต้องใช้วัสดุและแรงงานอะไรบ้าง และมีวิธีการก่อสร้างอย่างไร การศึกษาแบบแปลนอาจต้องใช้เวลาและความพยายาม แต่เป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้การประมาณการถูกต้องแม่นยำ
ขั้นตอนต่อมาคือการคำนวณปริมาณงาน ซึ่งต้องทำอย่างระมัดระวังและตรวจสอบหลายครั้ง การคำนวณปริมาณควรแยกเป็นรายการย่อยตามลักษณะของงาน เช่น งานดินแยกเป็นงานขุดดิน งานถมดิน งานบดอัดดิน งานคอนกรีตแยกเป็นคอนกรีตฐานราก คอนกรีตเสา คอนกรีตคาน คอนกรีตพื้น เป็นต้น การแยกรายการให้ละเอียดจะช่วยให้การประมาณการแม่นยำและง่ายต่อการตรวจสอบ
หลังจากได้ปริมาณงานแล้วก็เริ่มทำแบบ ปร.5 เพื่อวิเคราะห์ว่าแต่ละรายการงานต้องใช้วัสดุและแรงงานอะไรบ้าง ในขั้นตอนนี้ต้องอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น มาตรฐานการประมาณราคาของกรมโยธาธิการและผังเมือง ตำราวิศวกรรม หรือฐานข้อมูลจากโครงการที่ผ่านมา การใช้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันจะช่วยให้ราคาที่ประมาณการสอดคล้องกับความเป็นจริง
เมื่อทำแบบ ปร.5 เสร็จแล้วจึงนำข้อมูลมาสรุปในแบบ ปร.4 โดยแสดงเฉพาะปริมาณงานและราคารวมของแต่ละรายการ แล้วจึงทำแบบ ปร.6 เพื่อสรุปภาพรวมทั้งหมด กระบวนการนี้อาจต้องปรับแก้หลายรอบเพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสมและสมเหตุสมผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีข้อจำกัดด้านงบประมาณที่อาจต้องปรับลดรายการบางอย่างหรือหาทางเลือกที่ประหยัดกว่า
เทคนิคการประมาณราคาวัสดุให้แม่นยำ
การประมาณราคาวัสดุเป็นส่วนสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของการทำแบบ ปร เพราะค่าวัสดุมักจะคิดเป็นสัดส่วนที่สูงของราคารวมทั้งหมด โดยเฉพาะในงานก่อสร้างที่ใช้วัสดุจำนวนมาก เช่น คอนกรีต เหล็ก กระเบื้อง การประมาณราคาวัสดุที่ถูกต้องจึงมีผลโดยตรงต่อความแม่นยำของราคารวมทั้งโครงการ
เทคนิคแรกคือการสำรวจราคาจากหลายแหล่ง ไม่ควรอ้างอิงราคาจากแหล่งเดียว เพราะราคาวัสดุอาจแตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่นและแต่ละร้านค้า ควรสำรวจราคาจากร้านค้าวัสดุก่อสร้างหลายแห่ง โรงงานผู้ผลิต หรือตัวแทนจำหน่ายที่เชื่อถือได้ จากนั้นจึงนำมาเฉลี่ยหรือเลือกใช้ราคาที่เหมาะสม การมีข้อมูลราคาจากหลายแหล่งยังช่วยให้สามารถต่อรองราคาได้ดีขึ้นเมื่อถึงเวลาจัดซื้อจริง
เทคนิคที่สองคือการคำนึงถึงปัจจัยที่อาจทำให้ราคาเปลี่ยนแปลง เช่น ปริมาณที่สั่งซื้อ หากสั่งซื้อในปริมาณมากอาจได้ส่วนลด ระยะทางในการขนส่ง หากโครงการอยู่ในพื้นที่ห่างไกลอาจมีค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ช่วงเวลาที่ก่อสร้าง บางฤดูกาลราคาวัสดุอาจสูงขึ้นเนื่องจากความต้องการในตลาดมาก ปัจจัยเหล่านี้ควรได้รับการพิจารณาและนำมาประกอบการคำนวณด้วย
เทคนิคที่สามคือการเผื่อค่าสูญเสียของวัสดุอย่างเหมาะสม ในการก่อสร้างจริงมักจะมีวัสดุสูญเสียหรือเสียหายระหว่างการขนย้ายและการก่อสร้างเสมอ อัตราการสูญเสียจะแตกต่างกันไปตามชนิดของวัสดุ เช่น คอนกรีตอาจสูญเสียประมาณ 5-10 เปอร์เซ็นต์ เหล็กเสริมอาจสูญเสียประมาณ 3-5 เปอร์เซ็นต์ กระเบื้องอาจสูญเสียประมาณ 10-15 เปอร์เซ็นต์ การเผื่อค่าสูญเสียที่เหมาะสมจะช่วยให้ไม่ขาดแคลนวัสดุระหว่างการก่อสร้าง
นอกจากนี้ยังควรติดตามข่าวสารและแนวโน้มราคาวัสดุก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ เพราะราคาวัสดุบางชนิดอาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามสถานการณ์เศรษฐกิจ เช่น ราคาเหล็กที่ขึ้นลงตามราคาในตลาดโลก ราคาน้ำมันที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่ง การมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันจะช่วยให้การประมาณการสอดคล้องกับสภาพตลาดจริง
การคำนวณค่าแรงงานอย่างถูกต้อง
ค่าแรงงานเป็นอีกส่วนสำคัญในการประมาณราคางานก่อสร้าง แม้ว่าสัดส่วนของค่าแรงอาจต่ำกว่าค่าวัสดุ แต่การคำนวณที่ผิดพลาดก็อาจส่งผลกระทบต่อราคารวมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในงานที่ต้องใช้ฝีมือเฉพาะทางหรือแรงงานจำนวนมาก
การคำนวณค่าแรงต้องเริ่มจากการระบุประเภทของแรงงานที่ต้องใช้ในแต่ละรายการงาน เช่น งานคอนกรีตอาจต้องใช้ช่างไม้สำหรับทำแบบหล่อ ช่างเหล็กสำหรับผูกเหล็ก ช่างคอนกรีตสำหรับเท กรรมกรสำหรับช่วยงานทั่วไป แต่ละประเภทของแรงงานจะมีอัตราค่าจ้างที่แตกต่างกันตามความเชี่ยวชาญและความรับผิดชอบ
อัตราค่าจ้างแรงงานควรอ้างอิงจากราคาตลาดในท้องถิ่นที่ทำการก่อสร้าง เพราะค่าจ้างอาจแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค โดยทั่วไปกรุงเทพและปริมณฑลจะมีค่าจ้างสูงกว่าต่างจังหวัด หน่วยงานราชการบางแห่งจะมีการกำหนดอัตราค่าจ้างมาตรฐานไว้ ซึ่งผู้ทำประมาณการควรศึกษาและใช้เป็นแนวทางแต่ต้องปรับให้สอดคล้องกับสภาพจริงในพื้นที่ด้วย
สรุปรายละเอียดเป็นรูปภาพได้ดังนี้ครับ












บทความนี้ สื่อฟรีออนไลน์.com
ขอแนะนำไฟล์ แบบปร.4.5.6 เสนอของบ67
เป็นไฟล์ Excel แก้ไขได้