สวัสดีเพื่อนๆ สมาชิก สื่อฟรีออนไลน์ดอทคอม ทุกท่านนะครับ วันนี้พบกับ สื่อฟรีออนไลน์ดอทคอม เช่นเคยครับ วันนี้แอดมินมีไฟล์มาแนะนำให้เพื่อนๆ สมาชิกได้ดาวน์โหลดไปใช้งาน เป็นไฟล์ แบบคัดกรองผู้เรียนที่มีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ด้านความสามารถทางคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ซึ่งเพื่อนๆ สมาชิกสามารถดาวน์โหลดนำไปศึกษาและนำไปเป็นแนวทางในการจัดทำแบบคัดกรองผู้เรียนที่มีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ด้านความสามารถทางคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ตามบริบทของห้องเรียน ได้ครับ แอดมินขอแนะนำไฟล์ แบบคัดกรองผู้เรียนที่มีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ด้านความสามารถทางคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ตามรายละเอียดดังนี้ครับ

ดาวน์โหลด แบบคัดกรองผู้เรียนที่มีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ด้านความสามารถทางคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ.

รู้เบื้องต้นเรื่องการคัดกรองภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์ในเด็กประถม

การเรียนรู้คณิตศาสตร์เป็นทักษะสำคัญที่เด็กทุกคนควรมีเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันและการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เด็กบางกลุ่มอาจประสบปัญหาในการเรียนรู้คณิตศาสตร์หรือที่เรียกว่า ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematical Learning Disability) การรู้จักและการคัดกรองเด็กที่มีปัญหาดังกล่าวในช่วงต้นจึงมีความสำคัญอย่างมาก เพื่อให้สามารถช่วยเหลือและพัฒนาพวกเขาได้อย่างเหมาะสม

บทความนี้จะนำเสนอแบบคัดกรองผู้เรียนที่มีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ด้านความสามารถทางคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 พร้อมทั้งอธิบายถึงสาเหตุ อาการ และวิธีการช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาดังกล่าว

ความหมายของภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์

ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์หรือที่เรียกว่า Dyscalculia เป็นความผิดปกติทางประสาทที่ส่งผลให้เด็กมีความยากลำบากในการเรียนรู้และเข้าใจแนวคิดทางคณิตศาสตร์ เด็กที่มีภาวะนี้ไม่ใช่เพราะความขาดแคลนทางสติปัญญาหรือการขาดความพยายาม แต่เป็นปัญหาเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลทางคณิตศาสตร์ในสมอง

เด็กที่มีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์มักจะมีความยากลำบากในหลายด้าน เช่น การจดจำข้อเท็จจริงทางคณิตศาสตร์ การทำความเข้าใจแนวคิดเกี่ยวกับจำนวน การคำนวณ และการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ พวกเขาอาจมีปัญญาที่ปกติในด้านอื่นๆ แต่จะมีความลำบากเฉพาะในเรื่องของตัวเลขและการคำนวณ

ภาวะนี้พบได้ในเด็กประมาณ 3-6 เปอร์เซ็นต์ของประชากร และมักจะปรากฏร่วมกับภาวะถดถอยทางการเรียนรู้อื่นๆ เช่น ภาวะสมาธิสั้น หรือ ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ด้านการอ่าน การรู้จักและการให้ความช่วยเหลือในช่วงต้นจึงมีความสำคัญมากในการช่วยให้เด็กสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ

สาเหตุของภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์

สาเหตุของภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง โดยส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมและการพัฒนาของสมอง การวิจัยพบว่าโครงสร้างและการทำงานของสมองในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลตัวเลขและการคำนวณมีความแตกต่างจากคนทั่วไป

ปัจจัยทางพันธุกรรมมีบทบาทสำคัญ โดยเด็กที่มีพ่อแม่หรือญาติใกล้ชิดที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์จะมีความเสี่ยงสูงกว่าเด็กทั่วไป นอกจากนี้ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมในช่วงที่อยู่ในครรภ์และหลังคลอดก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น การติดเชื้อในระหว่างตั้งครรภ์ การขาดออกซิเจนขณะคลอด หรือการเกิดก่อนกำหนด

บางครั้งภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์อาจเกิดขึ้นพร้อมกับความผิดปกติอื่นๆ เช่น กลุ่มอาการ Turner syndrome หรือ Fragile X syndrome ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาความสามารถทางคณิตศาสตร์โดยตรง การบาดเจ็บที่สมองหรือความผิดปกติทางระบบประสาทก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ได้

สำคัญที่ต้องเข้าใจคือ ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์ไม่ได้เกิดจากความขี้เกียจหรือการขาดแรงจูงใจในการเรียน แต่เป็นความผิดปกติทางระบบประสาทที่เด็กไม่สามารถควบคุมได้ การเข้าใจสาเหตุนี้จะช่วยให้ผู้ปกครองและครูผู้สอนสามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

อาการและสัญญาณที่สังเกตได้

เด็กที่มีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์จะแสดงอาการและสัญญาณที่สังเกตได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับช่วงอายุและระดับการศึกษา ในช่วงปฐมวัย เด็กอาจมีปัญหาในการเรียนรู้การนับ การจดจำลำดับของตัวเลข หรือการเข้าใจแนวคิดเรื่องปริมาณ พวกเขาอาจสับสนระหว่างแนวคิดของ “มาก” และ “น้อย” หรือมีความยากลำบากในการเปรียบเทียบขนาดของวัตถุ

ในระดับประถมศึกษาตอนต้น เด็กที่มีปัญหานี้มักจะมีความยากลำบากในการเรียนรู้ข้อเท็จจริงทางคณิตศาสตร์พื้นฐาน เช่น สูตรการบวก ลบ คูณ หาร พวกเขาอาจใช้วิธีการนับนิ้วมือหรือการนับในใจเป็นเวลานาน แม้ว่าเพื่อนร่วมชั้นจะสามารถจำและใช้สูตรได้คล่องแคล่วแล้วก็ตาม

เด็กเหล่านี้มักจะมีปัญหาในการทำความเข้าใจค่าประจำหลัก เช่น การแยกความแตกต่างระหว่างหลักหน่วย สิบ ร้อย พันนาฬิกา พวกเขาอาจเขียนตัวเลขผิดหรือสับสน เช่น เขียน 15 แทน 51 หรือ มีปัญหาในการจัดเรียงตัวเลขในการคำนวณที่ต้องมีการยืมหรือทด นอกจากนี้ การแก้ปัญหาคำนวณที่ต้องใช้หลายขั้นตอนก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับพวกเขา

อาการที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ความยากลำบากในการเข้าใจแนวคิดเรื่องเวลาและการใช้นาฬิกา เด็กอาจมีปัญหาในการอ่านนาฬิกาแบบเข็ม การคำนวณระยะเวลา หรือการเข้าใจลำดับของเหตุการณ์ พวกเขายังอาจมีปัญหาในการจัดการเงิน การคำนวณเงินทอน หรือการเข้าใจมูลค่าของเงินที่แตกต่างกัน

การพัฒนาแบบคัดกรองสำหรับเด็กประถม

การพัฒนาแบบคัดกรองผู้เรียนที่มีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์จำเป็นต้องมีการออกแบบที่ครอบคลุมทักษะทางคณิตศาสตร์ในแต่ละระดับชั้น โดยต้องคำนึงถึงพัฒนาการตามวัยและมาตรฐานการเรียนรู้ที่เหมาะสม แบบคัดกรองที่ดีควรสามารถระบุเด็กที่มีความเสี่ยงได้ตั้งแต่เนื่องๆ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงที

สำหรับเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-2 แบบคัดกรองควรเน้นทักษะพื้นฐาน เช่น การนับจำนวน การเปรียบเทียบปริมาณ การจดจำรูปแบบ การรู้จักตัวเลข และการบวกลบพื้นฐาน การประเมินควรใช้รูปแบบที่หลากหลาย ทั้งการใช้ภาพ วัสดุจริง และการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็ก

สำหรับเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 3-4 แบบคัดกรองควรประเมินทักษะที่ซับซ้อนขึ้น เช่น การคำนวณที่ต้องมีการยืมและทด การเข้าใจค่าประจำหลัก การแก้ปัญหาคำนวณง่ายๆ การคูณและการหารพื้นฐาน และการเข้าใจแนวคิดเรื่องเศษส่วนเบื้องต้น การประเมินในระดับนี้ควรมีทั้งแบบเขียนตอบและแบบปฏิบัติ

สำหรับเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6 แบบคัดกรองควรครอบคลุมทักษะขั้นสูง เช่น การคำนวณที่ซับซ้อน การแก้ปัญหาหลายขั้นตอน การเข้าใจเศษส่วน ทศนิยม และเปอร์เซ็นต์ การประมาณค่า และการใช้คณิตศาสตร์ในสถานการณ์จริง การประเมินในระดับนี้ควรเน้นการคิดวิเคราะห์และการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

องค์ประกอบสำคัญของแบบคัดกรอง

แบบคัดกรองที่มีประสิทธิภาพควรประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญหลายประการ ขั้นแรกคือ การประเมินทักษะการจดจำตัวเลข ซึ่งรวมถึงการอ่านตัวเลข การเขียนตัวเลข และการเข้าใจความหมายของตัวเลข เด็กที่มีปัญหาในส่วนนี้มักจะมีความยากลำบากในการแยกแยะตัวเลขที่มีรูปร่างคล้ายกัน เช่น 6 และ 9 หรือ มีปัญหาในการเขียนตัวเลขให้ถูกต้อง

การประเมินทักษะการนับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมาก รวมถึงการนับไปข้างหน้า การนับถอยหลัง การนับข้าม และการเข้าใจลำดับของตัวเลข เด็กที่มีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์มักจะมีปัญหาในการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างตัวเลข และการใช้ยุทธศาสตร์การนับที่มีประสิทธิภาพ

การประเมินทักษะการคำนวณพื้นฐานเป็นส่วนหลักของแบบคัดกรอง รวมถึงการบวก ลบ คูณ หาร และความสามารถในการจำข้อเท็จจริงทางคณิตศาสตร์ เด็กที่มีปัญหาอาจใช้เวลานานในการคำนวณ มีความผิดพลาดบ่อย หรือต้องพึ่งพาวิธีการนับนิ้วมือแม้ในปัญหาง่ายๆ

การประเมินความเข้าใจในแนวคิดทางคณิตศาสตร์ เช่น ค่าประจำหลัก การเปรียบเทียบ การจัดหมวดหมู่ และการแก้ปัญหา เป็นองค์ประกอบที่จะช่วยให้เข้าใจถึงความสามารถในการคิดเชิงตรรกะและการนำความรู้ไปใช้ เด็กที่มีปัญหาอาจเข้าใจกฎเกณฑ์แต่ไม่สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์ใหม่ได้

วิธีการใช้แบบคัดกรอง

การใช้แบบคัดกรองอย่างมีประสิทธิภาพต้องมีการเตรียมการและการดำเนินการที่เหมาะสม ขั้นแรกผู้ประเมินควรมีความรู้และประสบการณ์ในการทำงานกับเด็ก รวมถึงความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์ การอบรมผู้ประเมินจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การประเมินมีความถูกต้องและเชื่อถือได้

สภาพแวดล้อมในการประเมินควรเป็นที่ที่เด็กรู้สึกสบายและปลอดภัย ไม่มีสิ่งรบกวนที่จะทำให้เด็กเสียสมาธิ การประเมินควรทำในช่วงเวลาที่เด็กมีสภาพจิตใจที่ดี ไม่เหนื่อยล้าหรือหิว การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กก่อนเริ่มการประเมินจะช่วยให้ผลการประเมินสะท้อนความสามารถที่แท้จริงของเด็ก

การให้คำแนะนำที่ชัดเจนและการใช้ภาษาที่เด็กเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ประเมินควรแน่ใจว่าเด็กเข้าใจสิ่งที่ต้องทำ และควรให้โอกาสเด็กฝึกหรือถามคำถามก่อนเริ่มการประเมินจริง การสังเกตพฤติกรรมของเด็กในระหว่างการประเมิน เช่น ความวิตกกังวล ความมั่นใจ หรือกลวิธีที่เด็กใช้ในการแก้ปัญหา จะให้ข้อมูลที่มีค่าเพิ่มเติมนอกเหนือจากคะแนนที่ได้

การบันทึกผลการประเมินควรทำอย่างละเอียดและถูกต้อง รวมถึงคะแนนที่ได้ ข้อสังเกตพิเศษ และพฤติกรรมของเด็กในระหว่างการประเมิน การวิเคราะห์ผลควรพิจารณาจากหลายมิติ ไม่ใช่เพียงแค่คะแนนรวม เพื่อให้ได้ภาพรวมที่สมบูรณ์ของความสามารถและความต้องการของเด็ก

การวิเคราะห์และแปลผลแบบคัดกรอง

การวิเคราะห์ผลแบบคัดกรองต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและพิจารณาปัจจัยหลากหลาย การเปรียบเทียบคะแนนของเด็กกับเกณฑ์มาตรฐานตามวัยเป็นขั้นตอนแรก แต่ต้องระลึกว่าเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน และการพัฒนาอาจไม่เป็นไปในอัตราเดียวกัน การใช้เกณฑ์ที่เข้มงวดเกินไปอาจทำให้เด็กที่ต้องการความช่วยเหลือถูกมองข้าม

การวิเคราะห์ควรพิจารณาจุดแข็งและจุดอ่อนของเด็กในแต่ละด้าน เด็กอาจมีความสามารถดีในบางทักษะ เช่น การแก้ปัญหาเชิงตรรกะ แต่มีปัญหาในการจำข้อเท็จจริงทางคณิตศาสตร์ การระบุจุดแข็งจะช่วยในการวางแผนการสอนที่เน้นการใช้ความสามารถที่มีอยู่เป็นฐานในการพัฒนาทักษะที่ขาดแคลน

การแปลผลต้องคำนึงถึงปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลต่อการทำแบบประเมิน เช่น ความวิตกกังวลต่อการสอบ ความเหนื่อยล้า ปัญหาสุขภาพ หรือปัจจัยทางสังคม การประเมินครั้งเดียวอาจไม่สะท้อนความสามารถที่แท้จริงของเด็ก การติดตามผลและการประเมินซ้ำจึงอาจจำเป็นในบางกรณี

การสื่อสารผลการประเมินกับผู้ปกครองและครูผู้สอนควรทำอย่างชัดเจนและสร้างสรรค์ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ป้ายชื่อหรือคำที่อาจสร้างความเข้าใจผิดหรือความกังวลที่ไม่จำเป็น การเน้นไปที่การหาทางช่วยเหลือและพัฒนาจะเป็นประโยชน์มากกว่าการมุ่งเน้นที่ปัญหา

ตัวอย่างไฟล์ แบบคัดกรองผู้เรียนที่มีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ด้านความสามารถทางคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6


แบบคัดกรองผู้เรียนที่มีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ด้านความสามารถทางคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6
แบบคัดกรองผู้เรียนที่มีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ด้านความสามารถทางคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6
แบบคัดกรองผู้เรียนที่มีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ด้านความสามารถทางคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6
แบบคัดกรองผู้เรียนที่มีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ด้านความสามารถทางคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6
แบบคัดกรองผู้เรียนที่มีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ด้านความสามารถทางคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6
แบบคัดกรองผู้เรียนที่มีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ด้านความสามารถทางคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6

ดาวน์โหลดไฟล์เอกสารจากลิงก์ด้านล่างนี้ นะครับ

ขอบคุณแหล่งที่มา : สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ.

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ห้ามพลาด