การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ประเด็นท้าทาย PA

0
1154

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่านครับ

บทความนี้ สื่อฟรีออนไลน์.com

ขอแนะนำไฟล์ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้

ประเด็นท้าทาย PA

เครดิต : คุณครูนิชรา พรมประไพ

เป็นไฟล์ Word แก้ไขได้

สรุปรายละเอียดได้ดังนี้ครับ

                                         ๒๔ เทคนิคการสอนอ่าน
                             สร้างสรรค์โดย ครูนิชรา  พรมประไพ
                         โรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม   จ.กำแพงเพชร
กิจกรรมประกอบด้วยกิจกรรม

๑. ฝึกการอ่านออกเสียงตามฐานกรณ์           ๒. อ่านออกเสียงกลอักษรกลอนพื้นบ้าน
๓. อ่านคำยาก บาลี สมาส ให้ชำนาญ
          ๔. อ่านคำ “ฑ ฤ ฤๅ  อัย อัน อำ”
๕. ฝึกอ่านคำลดรูป ไร้สระ                           ๖. ฝึกอ่านคำ กระ ประ ร ควบกล้ำ
๗. ฝึกอ่านคำออกเสียงอักษรนำ                   ๘. ฝึกอ่านคำที่มีรูปวรรณยุกต์
๙. ฝึกอ่านได้ เข้าใจความหมายศัพท์            ๑๐. ฝักอ่านจับใจความให้สนุก
๑๑. อ่านค้นคว้า รายงาน อ่านเชิงรุก             ๑๒. อ่านประยุกต์นำไปใช้ได้นานา
๑๓. อ่านข่าวต้องเข้าใจ “นัย” อักษรย่อ        ๑๔. คิดเติมต่อพาดหัวข่าวเข้าใจหนา
๑๕. อ่านนิทานเพลินใจได้ปัญญา                 ๑๖. อ่านโฆษณา หาคู่เปรียบเทียบการใช้
๑๗. อ่านบอกกล่าวเล่าความตามรู้สึก           ๑๘. อ่านแล้วฝึกจำแนกแยกแยะได้
๑๙. วิเคราะห์หาเหตุผลจนเข้าใจ                  ๒๐. ขึ้นบันได ๙  ขั้นถึงชั้นเซียน
๒๑. หัดแบ่งปันความรู้จากการอ่าน              ๒๒. สร้างผลงานการเรียนรู้สู่งานเขียน
๒๓. อ่านทุกวันสร้างสรรค์ด้วยความเพียร   ๒๔. ฝึกแลกเปลี่ยนประสบการณ์อ่านด้วยกัน


สอนอ่าน

กิจกรรมที่  ๑    ฝึกการอ่านออกเสียงตามฐานกรณ์
วัตถุประสงค์    เพื่อให้รู้จักฐานที่เกิดในการออกเสียงพยัญชนะ จะได้ออกเสียงได้ถูกต้องชัดเจน
ขั้นตอนการสอน/สื่อ
             ๑. ให้ความรู้  ฐานกรณ์คือ การออกเสียงที่ใช้อวัยวะในช่องปาก ฐาน คืออวัยวะที่อยู่นิ่งกับที่
กรณ์คืออวัยวะที่เคลื่อนไปแตะฐาน  ฐานที่เกิดของเสียงพยัญชนะ มี ๕ ฐานคือ คอ เพดาน ปุ่มเหงือก ฟัน และปาก ต้องนำลิ้น ฟัน ปาก เป็น กรณ์ ไปแตะให้ถูกตำแหน่ง จึงจะออกเสียงได้ชัดเจน (ในภาษาไทย พยัญชนะฐานฟันและปุ่มเหงือกออกเสียงเดียวกัน)

                    ส่วนเสียงสระเป็นเสียงที่ลมผ่านออกมาได้โดยสะดวกไม่ถูกกับอวัยวะในปากกักทางลม  
ลิ้นและริมฝีปากจะทำให้เสียงสระต่างกัน ตามรูป

    ลิ้นส่วนหน้าปากรี    ลิ้นส่วนกลาง ปากปกติ    ลิ้นส่วนหลังปากห่อ

             ๒. ฝึกทักษะ
                   ๒.๑  ให้นักเรียนอ้าปากพอประมาณ เปล่งเสียง ก ข ค ฆ ง  (เกอะ เขอะ  เคอะ…)ทุกคนออกเสียง
ได้ โดยไม่ต้องขยับปาก เพราะเสียงเกิดจากคอออกมาทางปาก ระดับลิ้นจะต่างกันเล็กน้อย
                    ๒.๒ ฐานเพดานกับปุ่มเหงือกอยู่ใกล้เคียงกัน ให้นักเรียนฝึกออกเสียงพยัญชนะเป็นคู่ระหว่างเพดานกับปุ่มเหงือก สังเกตตำแหน่งของลิ้น เช่น    ต  จ/  ถ ฉ / น ย  จะเห็นว่าลิ้นเลื่อนขึ้นบนเล็กน้อย
                    ๒.๓ ฐานปาก  ริมฝีปากทั้งสองแตะกัน ได้แก่  บ  ป  พ  ภ  ม   ฟันบนกับริมฝีปากล่าง ได้แก่
ฟ ฝ  ริมฝีปากแตะกันไม่สนิท ได้แก่ ว  ให้นักเรียนทดสอบว่าหลักการดังกล่าวจริงหรือไม่ เช่น ออกเสียง
ม บ พ  โดยห้ามใช้ปากแตะกัน  ออกเสียง ฟ โดยไม่ใช้ฟัน เป็นต้น
                    ๒.๔ ฝึกออกเสียงสระ โดยใช้ลิ้นส่วนหน้า กลาง หลัง ให้นักเรียนสังเกตระดับลิ้นและรูปของ
ริมฝีปาก                         

             ๓. ประเมินผล 
                  ๓.๑ ให้นักเรียนอ่านออกเสียงข้อความตามฐานกรณ์ต่อไปนี้ให้ชัดเจน
                           ๑.            วรวามโรธง่าย                      วนวายารเข่ฆ่
                                   รื้นเรงให้ฮฮา                                     เอ่คือฐานคอ

                          ๒.           ายโดอยู่อาศัย                               ชั่จิตใฉื่อยเย็
                                    ไม่ซื่อฉีกสัญญา                                     หาบชั่ช้ฐานเพดาน  
                           ๓.          ขะพันา                                        านกีฬาและกรี
                                   กุฏิและฎีกา                                              กษีรา  ฐานปุ่มเหงือก
                           ๔.         เลิล้ำนำน้า                                 เดิรวจราามถน
                                  แดิท้องถิ่น                                   อดส่องาน นี่ฐานฟัน          
                          ๕.               ฝึานบ                          เป็นระรับเลี่ยนแลง
                                ฟันฟาดาดระแง                                   าคภูมิแง  ฐานปากเอย

                 ๓.๒ นำคำที่มีพยัญชนะต้น เสียงเดียวกับข้อ  ๓.๑  ไปแต่งประโยคแล้วฝึกออกเสียง
ให้ถูกต้องและชัดเจน
                ………………………………………………………………………………………………………………………………
                ………………………………………………………………………………………………………………………………
          

กิจกรรมที่  ๒ อ่านออกเสียงกลอักษรกลอนพื้นบ้าน
วัตถุประสงค์   เพื่อฝึกออกเสียงคำแต่ละฐานให้ชัดเจน สามารถนำความรู้ไปแก้ไขปัญหาได้
ขั้นตอนการสอน/สื่อ
             ๑. ให้ความรู้  เชื่อมโยงความรู้จากกิจกรรมที่ ๑  มาฝึกทักษะการออกเสียง โดยใช้เพลงระบำ ก.ไก่
ที่เน้นการใช้คำที่มีเสียงพยัญชนะเดียวกัน มาร้องโต้ตอบระหว่างชายหญิง ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้าน
วังพระธาตุ ตำบลไตรตรึงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร
             ๒. ฝึกทักษะ
                  ๒.๑  อ่านออกเสียงเนื้อเพลงทีละวรรคให้ชัดเจนปรบมือรับเป็นจังหวะ ๑ ครั้งเมื่ออ่านจบวรรค                                         จากนั้นพัฒนาขึ้น โดยร้องเป็นทำนองเพลงฉ่อยให้เต็มเสียง พร้อมปรบมือเป็นจังหวะตามรูปแบบการร้องเพลงระบำก.ไก่ ดูคลิปเพลงตามลิงก์   https://www.youtube.com/watch?v=nuMGi3d3ly4
                  ๒.๒ ฝึกอ่านออกเสียง หรือแก้ไขปัญหา ตามฐานที่เกิดเสียง  ดังนี้
                           ๒.๒.๑ วรรคกะ (ฐานคอ) ใช้แก้ปัญหาการออกเสียง /ค/ ที่ใช้ลมมากเกินของชาวถิ่นเหนือ เสียง /ง/ ของชาวใต้ที่ออกเป็น /ฮ/  เชื้อสายชาวยุโรปที่ออกเสียงพยัญชนะต้น /ง/ ไม่ได้
(ชาย)   แม่ ข.ไข่งามขำ    น้องอย่าทำขัดข้อง        จงหาคู่ไว้ประคอง    เสียเมื่อยามเจ็บไข้ 
(หญิง)  พ่อ ข.ไข่งามขำ  เห็นจะไม่ได้คลึงเคล้า   พอเห็นกกขาขาวๆ  ประเดี๋ยวจะนอนเป็นไข้
 (ชาย)   แม่ ค.ควายน่าขี่    ให้เอาตัวพี่ไปเป็นเจ้าของ  จะขี่ควายลงคลอง  ค่อยๆ คลึง ค่อยๆ ไคล
(หญิง) พ่อ ค.ควายน่าขี่   ไม่เอาตัวพี่เป็นเจ้าของ   มันไม่ได้กอดประคอง  ละพ่อหน้าขนเป็นควาย
 (ชาย)  แม่ ง.งูรูปงาม  เสียแรงพี่ตามมาง้อ     อย่าทำแสนงอนหน้างอ    เลยแม่เงาเดือนหงาย
(หญิง)  พ่อ ง.งูรูปงาม    พี่อย่าตามมาง้อ   น้องไม่หลงงมหน้างอ    ยอมรับผู้ชายง่าย ๆ  

                            ๒.๒.๒ วรรคจะ (ฐานเพดาน)  ใช้แก้ไขปัญหาอิทธิพลของภาษาต่างประเทศ ที่ศิลปินดารานักร้องนำมาใช้ออกเสียง ทำให้เกิดปัญหาในเสียง /จ/  และ /ฉ/ หรือ /ช/  ที่มีลมมากเกินไปและเสียดแทรกยาวนานเหมือนเสียง  /ch/ และ /sh/ ในภาษาอังกฤษ โดยเปล่งเสียงช้า ๆ ชัด เสียง /จ/ ไม่มีลม  เสียง /ช/  ระเบิดลมออกมาครั้งเดียว อย่าให้เกิดการเสียดแทรกแบบภาษาอังกฤษ
(ชาย)   แม่ จ.จานค้ำจุน        บุญมาประจวบกันจัง         ถ้าได้ประจำเรือจ้าง       ด้วยการแจวนั้นพี่เข้าใจ   
(หญิง)   พ่อ จ.จานงามจริง   อย่ามารักน้อง เลยนะจ๋า     อย่ามาพูดจ้อเจรจา        เพราะน้องมันจนเอ๋ยใจ   (ชาย)    แม่ ฉ.ฉิ่งงามโฉม  มันทำให้ชอบตาฉัน  พี่อยากกระชิดกระชั้น กับแม่ช่อจันทร์ฉาย
(หญิง)   พ่อ ฉ.ฉิ่งของฉัน  พอเห็นน้ำเชื่อมกระฉ่อน  พอได้ชิมเพียงหนึ่งช้อน ก็ลืมแม่ช่อจันทร์ฉาย
(ชาย)    แม่ ช.ช้างเชยชม    พี่ขอเชิญชวนเฝ้าชี้    มาคั่วช่องเอี่ยวชี    หวังชิงเชิงเอาชัย
(หญิง)  พ่อ ช.ช้างเชยชวน   อย่ามาแอบชมร้อยชั่ง  อย่ามาผูกรักผูกชัง  ให้เป็นเช่นเลยหนอชาย

                              ๒.๒.๓ วรรคฏะ ตะ (ฐานปุ่มเหงือก/ฟัน)  ใช้แก้ไขปัญหาอิทธิพลของภาษาต่างประเทศ
ที่ศิลปินดารานักร้องนำมาใช้ออกเสียง ทำให้เกิดปัญหาในเสียง /ท/  /ถ/  ที่มีลมมากเกินไป ริมฝีปากเหยียด และใช้เสียงปลายลิ้นคล้ายเสียงในภาษาอังกฤษ โดยการเปล่งเสียงช้า ชัด ระเบิดลมออกมาครั้งเดียว ไม่มีเสียงลมยาวเหมือนภาษาอังกฤษ  ไม่เหยียดริมฝีปาก
(ชาย) แม่ ถ.เอ๋ย ถ.ถุง   เปรียบเหมือนนาทุ่งสองแถว  ไอ้นาทุ่งสองแถว   นั้นน้องจะให้ใครไถ
(หญิง) พ่อ ถ.เอ๋ย ถ.ถุง  น้องมีนาทุ่งสองแถว  แต่นาทุ่งสองแถว   นั้นน้องจะไม่ให้ใครไถ
(ชาย) แม่ ธ.ธงสีทอง  พี่เที่ยวท่องมาหลายเที่ยว   เมื่อมีหนทางพี่ก็ต้องมาเทียว   มาหาแม่แสงอุทัย
(หญิง) พ่อ ธ.ธงชาติไทย  น้องกลัวรักไม่ซื่อตรง  ให้พี่ไปยกเสาธง  เอาไว้สำหรับเสี่ยงทาย
                              ๒.๒.๔  วรรคปะ (ฐานริมฝีปาก)  ใช้แก่ไขปัญหาอิทธิพลของภาษาต่างประเทศ
ที่นำมาใช้ออกเสียง ทำให้เกิดปัญหาในเสียง /พ/  /ผ/  ที่มีลมมากเกินไป และกดริมฝีปากหนักคล้ายเสียง
ในภาษาอังกฤษโดยใช้ริมฝีปากแตะกันพอประมาณ และไม่ให้มีลมมากเกิน

 (ชาย) แม่ ผ.ผึ้งโผผิน พี่มาประสบพบผ่าน  จะพาตัวน้องผายผัน  เข้าไปในพุ่มป่าไผ่
(หญิง) พ่อ ผ.ผึ้งบินผ่าน  น้องไม่เอาทำผัว  อย่ามาหลงพันพัว มันไม่ได้ตอมดอกไผ่
 (ชาย)  แม่ พ.พานงามพร้อม   เสียงช่างเพราะเหมือนพิณ   พี่อุตส่าห์โผผิน  มาหาแม่ผ่องอำไพ
(หญิง) พ่อ พ.พานเสเพล   น้องหวังจะเป็นที่พึ่ง   อย่าให้น้องนอนรำพึง   เสียเล่าพ่อพระอภัย

 เศษวรรคและเสียงพยัญชนะเสียดแทรก ใช้แก้ปัญหาอิทธิพลของภาษาต่างประเทศ ทำให้คนไทยออกเสียง
/ฟ/  /ฝ/  /ซ/  /ส/ เสียดแทรกมากขึ้นและยาวนาน เหมือนเสียง /f/ และ /s/ ในภาษาอังกฤษ

(ชาย) แม่ ฝ.ฝาหน้าฝน  ถึงอยู่คนละฟาก   พี่จะเอารักมาฝาก   กับแม่แก้มเป็นไฝ
(หญิง) พ่อ ฝ.ฝาหน้าฝน   อย่าพ่นเป็นฝอยน้องไม่ใฝ่ฝัน   ถึงแม้จะฆ่าจะฟัน  ก็ไม่ได้แก้มเป็นไฝ
(ชาย) แม่ ศ.ศาลาหน้าสน  ได้มาประสบพบสาว  พี่ต้องโศกซึมเศร้า  เพราะอยากจะขออาศัย
(หญิง) พ่อ ศ.ศาลาหน้าใส   อย่ามาทำใกล้น้องสาว  น้องกลัวจะต้องโศกเศร้า  เดี๋ยวพี่คิดผลักไส

             ๓. ประเมินผล  ทดสอบการอ่านออกเสียง โดยใช้แบบฝึกข้างต้น หรือเลือกแบบฝึกอื่น ๆ
มาทดสอบ

กิจกรรมที่ ๓   อ่านคำยาก บาลี สมาส ให้ชำนาญ
วัตถุประสงค์   เพื่อให้อ่านออกเสียงคำยากได้ถูกต้องตามอักขรวิธีและตามความนิยม
ขั้นตอนการสอน/สื่อ  (อ่านอย่างไร เขียนอย่างไร)
             ๑. ให้ความรู้  คำที่มาจากบาลีสันสกฤตและคำสมาสมีทั้งอ่านแบบเรียงพยางค์ตามอักขรวิธีเดิม เช่น สมการ (สะ-มะ-กาน) อ่านแบบมีตัวสะกดตามแบบคำไทย เช่น สมมาตร (สม-มาด)  และอ่านแบบอักษรนำ เช่น สมรภูมิ (สะ-หมอ-ระ-พูม หรือ สะ-หมอน-ระ-พูม) นอกจากนี้ชื่อเฉพาะต่าง ๆ ยังมีการอ่านตาม
ความนิยมอีกด้วย ผู้เรียนต้องฝึกอ่านและสังเกตจดจำไปใช้ให้เหมาะสม
              ๒.  ฝึกทักษะ
                    ๒.๑ คำสามานยนาม ตามหลักการอ่านคำบาลีสันสกฤตและคำสมาสต้องอ่านแบบเรียงพยางค์ พยางค์ที่ไม่มีรูปสระจะมีเสียงสระ อะ  เช่น
                            พยาธิวิทยา                อ่านว่า  พะ-ยา-ทิ-วิด-ทะ-ยา 
                            รัฐประศาสนศาสตร์  อ่านว่า  รัด-ถะ-ประ-สา-สะ-นะ-สาด
              แต่เพื่อความสะดวกในการออกเสียงของคนไทย ปัจจุบันราชบัณฑิตยสถานกำหนดให้อ่านได้หลายแบบ คือใช้เสียงสระ ออ ตามแบบไทยและอาจใช้พยัญชนะที่ตามมาเป็นเสียงสะกดก็ได้  เช่น
                           ปรมาณู    อ่านว่า  ปะ-ระ-มา-นู       หรือ     ปอ-ระ-มา-นู 
                           ถาวรวัตถุ อ่านว่า  ถา-วอ-ระ-วัด-ถุ  หรือ     ถา-วอน-วัด-ถุ 
                    บางคำก็อ่านแบบอักษรนำได้อีก เช่น  ปฐมเทศนา อ่านว่า ปะ-ถม-มะ-เท-สะ-นา,
ปะ-ถม-มะ-เทด-สะ-หนา, ปะ-ถม-เทด-สะ-หนา  สามารถศึกษาและฝึกเพิ่มเติมโดยใช้หนังสืออ่านอย่างไร เขียนอย่างไร ฉบับราชบัณฑิตยสถาน (แก้ไขเพิ่มเติม) จัดพิมพ์เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๗
                    ๒.๒ คำวิสามานยนาม ชื่อเฉพาะต่าง ๆ เช่น พระนาม นาม  ชื่อสถานที่  บางคำอ่านออกเสียงตามหลักการ บางคำออกเสียงตามที่กำหนด บางคำออกเสียงตามความนิยม เช่น
       “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว”  อ่านว่า  พระ-บาด-สม-เด็ด-พระ-ปะ-ระ-เมน-ทะ-ระ-รา-มา-ทิบ-บอ-ดี-สี-สิน-มะ-หา-วะ-ชิ-รา-ลง-กอน- พระ-วะ-ชิ-ระ-เกล้า-เจ้า-อยู่-หัว
                   ราชบัณฑิตยสถาน    อ่านว่า  ราด-ชะ-บัน-ดิด-ตะ-ยะ-สะ-ถาน
                   ศรีนครินทรวิโรฒ     อ่านว่า  สี-นะ-คะ-ริน-วิ-โรด          
              ๓. ประเมินผล
                   ประเมินความถูกต้องในการอ่านออกเสียงของคำและข้อความจากข่าว บทความ หรือข้อเขียนอื่นๆที่ใช้ภาษาระดับทางการ

กิจกรรมที่ ๔  อ่านคำ “ฑ ฤ ฤๅ  อัย อัน อำ”
วัตถุประสงค์ 
เพื่อให้ออกเสียงคำที่ใช้พยัญชนะต้น ฑ ฤ และคำที่มีรูปแบบการสะกดหลากหลายได้ถูกต้อง
ขั้นตอนการสอน/สื่อ

             ๑. ให้ความรู้   คำที่ใช้ ฑ เป็นพยัญชนะต้น เป็นคำที่มาจากภาษาสันสกฤต ออกเสียงได้ ๒ แบบ คือ เสียง /ด/ และเสียง /ท/,   คำที่ใช้  ฤ ฤๅ มีหลักการคือ ฤ ตามหลัง  ก ต ท ป ศ ส อ่านว่า “ ริ” หาก ฤ ตามหลัง
ค น พ ม ห   อ่านว่า “ รึ”  ส่วนคำว่า ฤทธิ์ อ่านว่า ริด  และ ฤษี อ่านว่า รึ-สี, คำที่ออกเสียง “อัย” สะกดได้ ๔ แบบ คือ  ใอ ไอ อัย ไอย , คำที่ออกเสียง “อัน” สะกดได้หลายแบบ เช่น พัน  พรร ภัณฑ์ พรรณ พันธ์ พรรค์,
คำที่ออกเสียง “อัม” สะกดได้ ๔ แบบ เช่น  อำ  อม  อัม  อรรม (เช่น กรรม ธรรม)  คำประเภทที่กล่าวมา
ต้องใช้การอ่าน สังเกต จดจำวิธีการอ่านการเขียนและความหมาย จึงจะสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องและสร้างสรรค์
             ๒. ฝึกทักษะ  ฝึกอ่านออกเสียงคำยากเป็นชุด ๆ ดังนี้
                  ๒.๑
คำที่ใช้  ฑ  (วรรคด้านซ้ายออกเสียง /ด/  วรรคด้านขวา ออกเสียง /ท/)                        บัณฑิตผู้รู้                                     ตุ้มหูกุณฑล
                        บัณฑุกัมพล (แท่นพระอินทร์)      ดอกเหลืองมณฑา
                        ตัณฑุลข้าวสาร                               จัณฑาลต่ำช้า
                        มัณฑเลย์เมียนมาร์                         กรีฑาชิงชัย
                        กาฐมาณฑุเนปาล                          มัณฑนะแต่งไว้
                        บัณเฑาะว์แกว่งไกว  (กลอง)        คำสั่งบัณฑูร
                         ผักดองฑาก (กะ)                          ฑาหะกองกูณฑ์ (ไฟ)
                         เลฑฑุดินพูน                                 มณโฑ ชื่อคน
                         บัณเฑาะก์ข้ามเพศ                        วงเขตมณฑล
                         มณฑปน่ายล (เรือนยอด)              เรือนหลวงมณเฑียร 
             คำที่ออกเสียงได้ทั้ง ด และ ท คือ บุณฑริก (บัวขาว)  ปานฑุ (จากเรื่องมหาภารตยุทธ์)
                     ๒.๒ คำที่ใช้  ฤ ฤๅ
                         ฤ ตามหลัง  ก ต ท ป ศ ส (อนศาสตร์การต่างระเทศ) และนำหน้า ท  อ่านว่า  ริ
                              กฤติกาดาวลูกไก่                    ไม้หอมกฤษณา
                         กฎหมายกฤษฎีกา                        ภาษาสันสกฤต
                         ปฤษฎางค์ส่วนหลัง                     การสร้างรังสฤษฏ์
                         สูงสุดอุกฤษฏ์                              ฤทธิ์แรงอำนาจ

                         ฤ ตามหลัง ค น พ ม ห (คนนี้พี่มีให้) และนำหน้า ษ อ่านว่า รึ , ฤๅ  อ่านว่า รือ
                                ภาษีฤชา                                พฤษภาชื่อเดือน
                         คฤหัสถ์ครองเรือน                       คฤหาสน์หลังใหญ่
                         คฤหบดี                                        ฤๅษีตาไฟ                                      
                         พฤกษาต้นไม้                               หฤหรรษ์บันเทิง

                  ๒.๓ คำที่ออกเสียง อัย อัน อำ”
                                  เสียงใอ ไอ อัย ไอย               สะกดได้ ๔ รูปแบบ
                          พึงจำคำยลแยบ                             เช่นสดใส ไสน้ำแข็ง
                          อัชฌาสัยไสยศาสตร์                     ใจองอาจจันทร์ไขแสง
                          อายุขัยไม่เปลี่ยนแปลง                  แรงยืนยงอสงไขย     
                                 บรรทุกพอบรรเทา                  ครรลองเข้าทางครรไล
                          กรรบิดและกรรไกร                      พรรณนาสารพัน
                          บันเทิงเพลงบันทึก                       พรรดึกคนพรรค์นั้น
                         จรรโลงโลกสร้างสรรค์                  “อัน” หลากหลายใช้การจำ
                                อีกนำคำสัมผัส                        ซึ่งจำกัดออกเสียง “อัม”
                           ธรรมและอธรรม                         อีกเนกขัมน์ออกบวชไป
                           อัมพรคือท้องฟ้า                          อัมพวาเคยเที่ยวไหม
                           อมรินทร์องค์อินทร์ไซร้              จำ“อัม” ไว้ใช้สื่อความ
             ๓. ประเมินผล  ใช้การทดสอบอ่านออกเสียง  ส่วนความหมายของคำใช้เกมการแข่งขันก็ได้
เช่น ตอบไวได้รางวัล  มีการใบ้ความหมาย ใครตอบถูกก่อนได้คะแนน ดังตัวอย่าง
                  –  ออกเสียง /ด/  สองพยางค์  แปลว่า กลองในพระราชพิธี  (บัณเฑาะว์)
                  –  ขึ้นต้น ท ตามด้วย ฤ สามพยางค์ เป็นหลักวิชาการ  (ทฤษฎี)
                  –  ออกเสียงใอ สองพยางค์ เป็นอาวุธของผึ้ง  (เหล็กใน)
                  –  ออกเสียงอัน ดอกสีม่วง กินได้  (อัญชัน)
                  –  ออกเสียงอัม สามพยางค์ แปลว่า ดูแลช่วยเหลือ  (อุปถัมภ์)

กิจกรรมที่ ๕  ฝึกอ่านคำลดรูป ไร้สระ
วัตถุประสงค์  เพื่อให้เข้าใจหลักเกณฑ์การเขียนสะกดคำลดและไร้รูปสระ สามารถอ่านได้ถูกต้อง
                       และนำไปใช้สื่อสารได้
ขั้นตอนการสอน/สื่อ
             ๑. ให้ความรู้
คำไทยทุกคำมีเสียงพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์  รูปพยัญชนะปรากฏทุกรูป
แต่รูปสระและวรรณยุกต์อาจไม่ปรากฏก็ได้ บทเรียนนี้เน้นให้นักเรียนฝึกอ่านคำที่ไม่ปรากฏรูปสระและวรรณยุกต์ ซึ่งคำดังกล่าว มีลักษณะดังนี้
                
๑. เป็นคำที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤต ซึ่งพยัญชนะจะมีเสียงสระอะอยู่โดยไม่มีรูปเช่น วร อ่านว่าวะ-ระ และบางพยางค์ออกเสียงสะกดแบบไทย เช่น สกล ไม่อ่านว่า สะ-กะ-ละ แต่อ่านว่า สะ-กน                 ๒. เป็นคำไทยแท้ลดรูปสระ เช่น นก (โอะ) รวย (อัว) ขจร (ออ)  หอม (ออ) ใช้ตัว อแทนสระ ออ
             ๒. ฝึกทักษะ
  อ่านออกเสียงกาพย์ฉบัง ๑๖ คำไร้รูปสระ แล้วเล่าเรื่องราวจากคำประพันธ์                            จงกลตลบขจร                 ชวนมวลภมร
               ดมดอมตอมชมหลงดง
                            อรชรคนสวยงวยงง            ภมรหลงพง
              วกวนบนกอรอชม         
                             อรชรทดลองดอมดม         หอมชวยรวยลม
               อบอวลชวนชมจงกล

                          ตัวอย่างคำถามนำ  บทแรกกล่าวถึงอะไร มีลักษณะอย่างไร มีอะไรมาเกี่ยวข้อง เกิดอะไรขึ้น  บทที่ ๒ ใครมา เห็นอะไร รู้สึกอย่างไร  บทที่ ๓ บุคคลในบทที่ ๒ ทำอะไร บทสรุปเป็นอย่างไร

             ๓. ประเมินผล  ให้นักเรียนอ่านออกเสียงชื่อคนที่ไร้รูปสระ ในคำประพันธ์ต่อไปนี้ให้ถูกต้องและแปลความหมายของชื่อ

                 วรมนพลกร                                  อมรพรพรหม
                 บวรศรคม                                     พนมชมพรรณ
                 ธงรบพบชล                                  นพดลพลสรร
                 มนชนกกนกวรรณ                        อรรณพภพธร
                 ยรรยงทรงยศ                               สรบถทศพร
                 ทรงกลดกชกร                             นวลสมรพรกมล
                 ธงทวนนวลอร                              อรชรภมรพล
                 พรสรวงปวงชน                            ธนดลรณกร                           

กิจกรรมที่ ๖   ฝึกอ่านคำ กระ ประ ร ควบกล้ำ
วัตถุประสงค์ 
เพื่อให้ออกเสียงคำ ร ควบกล้ำได้ชัดเจน และนำไปใช้ได้ถูกความหมาย
ขั้นตอนการสอน/สื่อ

             ๑. ให้ความรู้  พยัญชนะ ร  ออกเสียงแบบลิ้นรัว ต่างจาก ล ที่เป็นเสียงข้างลิ้น เมื่อใช้ ร ล ควบกล้ำ
กับพยัญชนะอื่น ต้องออกเสียงพร้อมกันทั้งสองตัวให้ชัดเจน การออกเสียงได้ชัดเจนแสดงว่าเป็นผู้มีภูมิรู้
ด้านภาษา และยังเกิดความไพเราะของเสียงอีกด้วย
             ๒. ฝึกทักษะการออกเสียง

                                                            คำที่ขึ้นต้นด้วย กระ (กลอน ๖)
                 กระเปาะกระป้อกระแป้                          กระแตกระตุกกระต่าย
                 กระวานกระวนกระวาย                          กระทายกระโถนกระถาง
                 กระซิบกระซิกกระเซ็น                           กระเด็นกระดำกระด่าง
                 กระลอมกระลิงกระลาง                          กระยางกระย่อมกระยา
                 กระหึ่มกระหืดกระหอบ                         กระสอบกระสังกระสา
                 กระพี้กระพ้อมกระพา                             กระทากระทุงกระท้อน
                 กระบะกระบุงกระบาย                            กระชายกระชังกระชอน
                 กระเฉดกระฉอกกระฉ่อน                       กระจ้อนกระจุกกระจาย
                                                      คำควบกล้ำ รักใคร่สามัคคี (กาพย์ยานี ๑๑)
                              กล่อมเกลาใจโกรธเกรี้ยว           จงกลมเกลียว พร้อมเพรียง กัน
                ครื้นเครง เพลินเพลงพลัน                         คลาย ผลุนผลัน คร่ำเคร่งใจ
                ครอบครัวมีครันครบ                                 พรั่งพร้อมพบอยู่ ไกลใกล้
                กลัวเกลียด เคร่งเครียด ใคร                        อย่า เผลอไผลไตร่ตรองตาม
                ครวญใคร่ไม่ พลั้งพลาด                             จักแคล้วคลาดอย่า ผลีผลาม
                ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงปราม                       พร่างพราว งามความปรองดอง

                                                              คำที่ขึ้นต้นด้วยประ (กลอน ๔)

                 ประตักใช้แทง        ขันแข่งประชัน          ประกวดประขัน        บรรเลงประโคม
                ประณต นบไหว้     ปลอบใจประโลม        ประกวดอวดโฉม     กล้าท้าประลอง
                 ตกแต่งประดับ        ประคับประคอง         ประแดะค้อนทอง    กราบไหว้ประคม
                 ประดุจคำเปรียบ     ประเทียบสนม           ยกมือประนม           ประจักษ์ แก่ตา                 ปวดนวดประคบ    ประจบเข้าหา             ทั้งหมดประดา         เสมอประจำ
                 ประดิดประดอย     สร้อยลูกประคำ         ประมงสัตว์น้ำ          ประเด็น สำคัญ
                 ประยุทธ์การรบ      ประสบพบกัน           ประเคนข้าวฉัน        ประจัญต่อสู้
                 ประทัดเสียงดัง       ประทังพออยู่             เดินเข้าประตู            ประดังพรั่งพร้อม
                 ประมาทดูหมิ่น       ประทิ่นเครื่องหอม    ประนีประนอม        รวมกันประสม
                 ประศาสน์สั่งสอน   เข้านอนประทม        เริ่มแรกประถม         มอบให้ประทาน
                 ประสมประเส         คะเนประมาณ           ประหัตประหาร       ล้างผลาญประลัย
                  ประดิษฐ์สร้างสรรค์   ประหวั่นพรั่นใจ    ประวรรตน์เป็นไป  ประลาตหลบหนี


             ๓. ประเมินผล 
                  ๓.๑ ให้ทำแบบฝึก เติมคำที่ขึ้นต้นด้วย “ประ” ให้ตรงความหมายและสัมผัส ของกลอน๔
พร้อมออกเสียงให้ถูกต้อง
๑.  ……….การรบ    …………พบกัน       ……….ข้าวฉัน   ………..ต่อสู้   (ประสบ ประยุทธ์  ประจัญ ประเคน)
๒.  ………เสียงดัง    ……..พออยู่           เดินเข้า………..  ………. พรั่งพร้อม   (ประทัง ประทัด ประดัง ประตู)    
๓. ……….ดูหมิ่น      ……..เครื่องหอม    ………ประนอม รวมกัน…………  (ประทิ่น ประสม ประมาท ประนี)
๔.  ……..สั่งสอน     เข้านอน………..     เริ่มแรก…….. มอบให้…………  (ประถม ประทาน ประศาสน์ ประทม)
๕.  ประสม………    คะเน………           ประหัต…….. ล้างผลาญ……….  (ประเส  ประมาณ   ประลัย ประหาร)
๖.  ……สร้างสรรค์  ……..พรั่นใจ        ……….เป็นไป ………..หลบหนี (ประหวั่น ประดิษฐ์ ประวรรตน์ ประลาต)

                 ๓.๒ เล่นเกม  “ปากไว ได้ชัยชนะ”   แบ่ง ๔ กลุ่ม  ผลัดกันพูดคำที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “กระ”
กลุ่มไหนคิดช้าเกิน ๕ วินาทีแพ้ต้องออกจากการแข่งขัน

กิจกรรมที่ ๗  ฝึกอ่านคำออกเสียงอักษรนำ
วัตถุประสงค์ 
เพื่อให้อ่านออกเสียงคำอักษรนำได้ถูกต้อง บอกความหมายและนำไปใช้สื่อสารได้
ขั้นตอนการสอน/สื่อ
             ๑. ให้ความรู้ 
อักษรนำหมายถึงคำที่มีพยัญชนะ ๒ ตัวเรียงกัน เสียงพยัญชนะตัวหน้ามีอิทธิพล
ต่อพยางค์หลัง ทำให้ออกเสียงเหมือนมี ห นำ มีหลายแบบ เช่น พยัญชนะ ห นำอักษรต่ำ  และ อ นำ ย
ส่งผลให้เสียงของพยัญชนะที่ตามมาเปลี่ยนเหมือนมี ห นำ, อักษรสูงนำอักษรต่ำ มีเป็นจำนวนมาก
ทำให้พยางค์หลังออกเสียงเหมือนมี ห นำ ทั้งที่ไม่ปรากฏรูป, อักษรกลางนำอักษรต่ำก็มีจำนวนหนึ่งรวมทั้งคำบาลีสันสกฤตบางคำก็ออกเสียงเหมือนอักษรนำไปด้วย เช่น สมร สยมภู อเนก สมรรถ
             ๒. ฝึกทักษะ

                  ๒.๒.๑ ห นำอักษรต่ำ,  อ นำ ย (กาพย์ยานี ๑๑)
                            หงิกแหงนหงายเหงือกหงอก          หมีหมูหมอกหมักหมมไหม
                   หวานแหววแหวนแหวกไหว้                   หลอกหลงใหลเหลียวหลายหลา
                   หรูหราหริ่งหรี่หรอก                                หนีหนามหนอกหนองไหนหนา
                   หยิกหยอกหญิงใหญ่หญ้า                         หยุดหยามอย่าอยู่อย่างอยาก
                   ๒.๒.๒ อักษรสูงนำอักษรต่ำ (กลอน ๖)
                             ถนนถนัดถนี่                                 ฉวีฉวัดถวาย
                     สยบสยุมสยาย                                      ขนายขนองแขนง  (ขนาย งาช้างตัวเมีย)      
                     ฉลองไฉนฉนำ                                     ขยำขยุกแขยง  (ฉนำ ปี)
                      ฝรั่นฝรั่งแสวง                                      แถลงถลำถลา  (หญ้าฝรั่น สมุนไพรชนิดหนึ่ง)  
                      ผลึกผลิตผอบ                                      สงบสงัดสง่า
                      สวิงสว่างสวา                                      สลาสลบไสล (สวา ลิง, สลา หมาก)
                      สนมสนุกสนาน                                 สมานสมัครสมัย
                      สมุทรสวัสดิ์ไสว                                 แถงไถงสยาม  (แถง พระจันทร์, ไถง พระอาทิตย์)
                    ๒.๒.๓
อักษรกลางนำอักษรต่ำ
                              กนกตลกปรวด                         จรวดจรัสจริต  (ปรวด ชื่อโรค)
                       ตนุโตนดตงิด                                   แปรกปลัดปรอด (แปรก ไม้เกวียน/โตนด ตาล/ปรอด นก)
                       จมูกจมื่นปรัก                                   อลักเอลื่อตลอด  (จมื่น หัวหมื่น/ปรัก พัง/)
                       อริอร่ามปรอท                                  ตลิ่งตลาดตลบ

             ๓. ประเมินผล ทดสอบการอ่านออกเสียงคำประพันธ์ในข้อ ๒  ในด้านความหมาย อาจให้หาคำอักษรนำมาเติมภาพ เช่น

 
ตาล…………….
……………….
ขน………………
ลาย………….
หญ้า……………
มหา………….
…………….
………………
…..………….
…….…………

กิจกรรมที่ ๘  ฝึกอ่านคำที่มีรูปวรรณยุกต์
วัตถุประสงค์ 
เพื่อให้อ่านออกเสียงคำที่มีรูปวรรณยุกต์ได้ถูกต้อง บอกความหมายและนำไปใช้สื่อสารได้
ขั้นตอนการสอน/สื่อ
             ๑. ให้ความรู้ 
คำภาษาไทยมีรูปวรรณยุกต์ ๔ รูป ๕ เสียง  เนื่องจากระดับเสียงของพยัญชนะ
ไม่เท่ากัน มีเสียงกลาง เช่น ก จ ด ต บ ป อ  เสียงสูง เช่น ข ฉ ถ ผ ฝ ส ห ที่เหลือเป็นอักษรต่ำ ดังนั้น
เมื่อเติมรูปวรรณยุกต์ การผันเสียงจะต่างกันออกไป ต้องสังเกตและฝึกฝน จึงจะอ่านออกเสียงได้ถูกต้อง
             ๒. ฝึกทักษะ ให้นักเรียนฝึกอ่านออกเสียง
                  ๒.๒.๑ คำอักษรกลาง ใช้รูปวรรณยุกต์ได้ทั้ง ๔ รูป  รูปและเสียงจะตรงกัน ฝึกออกเสียง
พร้อมกับอธิบายความหมายของคำไปด้วย เพราะส่วนใหญ่คำที่ใช้รูปวรรณยุกต์ตรีและจัตวาจะเป็นคำที่มาจากภาษาจีน
                            กวยจั๊บกับเก๊กฮวย                          โจ๊กเกี๊ยวบ๊วยในจับเจี๋ยว (จับเจี๋ยว หม้อกา)
                   เต้าฮวยกับก๋วยเตี๋ยว                                  อีกเต้าเจี้ยวข้าวต้มกุ๊ย
                   ไต้ก๋งเรือโป๊ะจ้าย                                     ตือโป๊ยก่ายยืนเต๊ะจุ๊ย
                   กอเอี๊ยะเกี๊ยะถุงปุ๋ย                                   ว่าวดุ๊ยดุ่ยเรือเอี้ยมจุ๊น
                   เจ๊าเจ๊งเก๋งเจ้าสัว                                        เป็นยี่ปั๊วกลัวจะตุ๋น
                   ก๊วยเจ๋งเก่งบู๊บุ๋น                                       ใส่เอี๊ยมอุ่นรุ่นเก๋ากึ๊ก                             
                   ๒.๒.๒ อักษรต่ำคู่กับอักษรสูง อักษรต่ำ-ไม้เอกเสียงโท, ไม้โทเสียงตรี ส่วนอักษรสูง
ไม้เอกเสียงเอก ไม้โทเสียงโท  จะไม่ใช้รูปวรรณยุกต์ตรีและจัตวาเลย เนื่องจากอักษรต่ำคำตายพื้นเสียงจะเป็นเสียงตรีอยู่แล้ว เช่น นะคะ  และอักษรสูงพื้นเสียงจะเป็นเสียงจัตวาอยู่แล้ว เช่น ฝาของฉัน
                             ทู่ซี้เซ็งแซ่                                        ถ่องแท้ถ้วนถี่
                     ชุ่มฉ่ำฉู่ฉี่                                                 ชี้ช่องเชื่องช้า        
                     พ่ายแพ้แผ่เผื่อ                                          ซ่อนเสื่อเสื้อผ้า
                     ค้าขายไขว่คว้า                                        โห่ฮ่าฮ้าไฮ้    
                     ขู่เฆี่ยนเข่นฆ่า                                          ฝุ่นฟ้าฝ้าไฝ
                     ฟันฝ่าฝักใฝ่                                             ซักไซ้ใส่สี
                    ๒.๒.๓ อักษรต่ำเดี่ยว ณ ง ว น ญ ม ย ร ล ฬ  ไม้เอกเสียงโท  ไม้โทเสียงตรี
                            เณรน้อยนอบน้อม                            นั่งล้อมเหนื่อยล้า
                       มุ่นเน้นเรียนหนา                                   อยู่หน้าเสมอ


                         เร่งรู้เรื่องราว                                          ยืดยาวเยิ่นเย้อ
                         ว่อกแว่กเวิ่นเว้อ                                   ชะเง้อหย่อมหญ้า
                         วิ่งวุ่นไวว่อง                                        ย่องเล่นกีฬา
                        
ไม้เรียวหลวงน้า                                  เงื้อง่าง้างรอ

                 ๓. ประเมินผล 
                       ๓.๑ ให้อ่านออกเสียงข้อความอื่น ๆ เช่น จากเรื่องสามก๊ก

      ครั้นเวลาสองยาม เล่าปี่กับเตียวหุยก็คุมทหารออกมาจากเมืองเสียวพ่าย เตียวหุยนั้นคิดกำเริบว่า ครั้งก่อนทำกลอุบายจับเล่าต้ายได้ ครั้งนี้เล่าปี่ก็สรรเสริญความคิดเปนอันมาก เตียวหุยจึงขี่ม้าคุมทหารเป็นกองหน้า ยกเข้าไปตีปล้นค่ายโจโฉ เตียวหุยเห็นคนในค่ายนั้นน้อย แล้วได้ยินเสียงทหารภายนอกโห่ร้อง
อื้ออึง ทั้งคบเพลิงก็สว่างขึ้นเป็นอันมาก จึงคิดว่าดีร้ายโจโฉจะคิดกลอุบาย ก็พาทหารกลับออกมาหาเล่าปี่
         พอพบเตียวเลี้ยวเคาทูอิกิ๋มลิเตียนซิหลงงักจิ้นแฮหัวตุ้นแฮหัวเอี๋ยนคุมทหารตีกระหนาบล้อมเข้ามาทั้งแปดทิศ ได้รบพุ่งฆ่าฟันกันเป็นสามารถ แลทหารซึ่งเตียวหุยคุมมานั้น เป็นทหารเดิมของโจโฉก็แตกเข้าหานายทหารทั้งแปดกองนั้น ยังเหลือทหารซึ่งสนิทอยู่ประมาณสี่สิบเศษ เตียวหุยรบพุ่งป้องกันเป็นสามารถ แล้วพาทหารสี่สิบเศษนั้นรบฝ่าออกมาได้ จึงคิดแต่ในใจว่า ครั้นจะไปหาเล่าปี่แลไปเมืองชีจิ๋วเมืองแห้ฝือบัดนี้ก็ไม่ได้ เห็นทหารโจโฉจะไปตั้งสกัดอยู่ปากทาง จึงพาทหารทั้งปวงหนีขึ้นไปอยู่บนเขาบองเอี๋ยงสัน

                      ๓.๒ เล่นเกมออกเสียงคำ เช่น เกมใครช้าคือแพ้ แบ่งนักเรียนเป็น ๔ กลุ่มผลัดกันพูดคำที่มีรูปวรรณยุกต์ กลุ่มไหนช้ากว่า ๓ วินาที แพ้ต้องออกจากการแข่งขัน

กิจกรรมที่ ๙  อ่านได้ ต้องเข้าใจความหมายศัพท์
วัตถุประสงค์  เพื่อให้สามารถแปลความหมายของคำ ข้อความ เข้าใจสารที่ได้รับและนำไปใช้ประโยชน์ได้
ขั้นตอนการสอน/สื่อ
             ๑. ให้ความรู้ 
ภาษาสื่อความหมายผ่านคำและข้อความต่าง ๆ มีศัพท์เฉพาะมากมาย ในพจนานุกรม
จะให้ความหมายของคำและวงเล็บไว้หน้าบทนิยาม บอกลักษณะเป็นคำที่ใช้เฉพาะแห่ง  เช่น (กฎ) เป็นศัพท์กฎหมาย (ดารา) คือคำที่ใช้ในดาราศาสตร์ (โหร) โหราศาสตร์ (อุตุ) อุตุนิยมวิทยา  (ถิ่น) ภาษาถิ่น เป็นต้น
(สำ) สำนวน  (คอม) คอมพิวเตอร์ ผู้อ่านจะต้องฝีกอ่านบ่อยๆ และแปลศัพท์เหล่านั้นจึงจะเข้าใจสารที่ผู้เขียนต้องการสื่อและนำไปใช้ประโยชน์ได้
             ๒. ฝึกทักษะ ให้นักเรียนฝึกอ่าน ตอบคำถามเกี่ยวกับความหมายของศัพท์ และจับใจความโดยภาพรวม ดังตัวอย่างต่อไปนี้
                  ๒.๑ อ่านแผนภาพพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ศึกษาความหมายของคำว่า
ฝนฟ้าคะนอง   ฝนตกหนัก  ……..เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่   อุณหภูมิสูงสุด
-ต่ำสุด    องศาเซลเซียส 
ความสูงของคลื่น   กทม.และปริมณฑล

                ๒.๒ จากข้อมูลในแผนภาพข้อ ๒.๑ ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้
๑.  ภาคใต้ทั้งสองฝั่งทะเลบางแห่งมีฝนตกหนัก  คือ ฝนปริมาณเท่าใด
     ก. วัดไม่ได้                                                        ข.   10.1 มิลลิเมตร ถึง 35.0 มิลลิเมตร               
     ค.  35.1 มิลลิเมตร ถึง 90.0 มิลลิเมตร                ง.   90.1 มิลลิเมตร ขึ้นไป
๒. จากข้อมูลภาคไหน มีฝนฟ้าคะนองครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด
      ก. ภาคเหนือ                                                     ข.  ภาคกลาง
      ค.  ภาคตะวันออก                                             ง.  ภาคใต้ 
๓. ถ้านักเรียนอยู่จังหวัดปทุมธานี จะมีฝนฟ้าคะนองครอบคลุมพื้นที่ประมาณเท่าไร
   ก.  ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่                              ข.  ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่
   ค.  ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่                               ง.   ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่
๔. ความสูงของคลื่นในทะเลอันดามันและอ่าวไทย ชาวเรือควรปฏิบัติเช่นไร
      ก.  เรือเล็กออกจากฝั่งได้แต่ต้องระมัดระวัง      ข.  เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
      ค.  ออกจากฝั่งได้เฉพาะเรือใหญ่                       ง.  เรือทุกขนาดควรงดออกจากฝั่ง
๕. ภาคไหน มีอุณหภูมิต่ำสุด และสูงสุดในวันเดียวกัน
      ก. ภาคเหนือ                                                     ข.  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
      ค.  ภาคใต้                                                         ง.  กรุงเทพฯและปริมณฑล

             ๓. ประเมินผล ให้นักเรียนอ่านบทความเรื่องเรือนไทย ค้นคว้า ตอบคำถามเกี่ยวกับความหมาย
ของคำศัพท์ และจับใจความโดยภาพรวม
                  ๓.๑ ให้นักเรียนอ่านบทความเรื่องเรือนไทย ค้นคว้า เกี่ยวกับความหมายของศัพท์

เรือนไทย  แต่เดิมนิยมใช้วัสดุจำพวกไม้ ไปจนถึงเครื่องก่ออิฐถือปูน โดยมีลักษณะร่วมที่เหมือนหรือแตกต่างกันไปตามแต่ละที่ ได้แก่ เรือนไทยภาคเหนือ เรือนไทยภาคกลาง เรือนไทย
ภาคอีสาน
 และ เรือนไทยภาคใต้ ซึ่งล้วนสอดคล้องกับการดำรงชีวิตของคนไทยในสมัยก่อนและแสดงออกถึงภูมิปัญญาไทย ทั้งนี้องค์ประกอบที่มีผลต่อรูปแบบเรือนไทย มีทั้งเรื่องสภาพแวดล้อม ภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ อาชีพ ฐานะความเป็นอยู่ คติความเชื่อและศาสนาในแต่ละภูมิภาคเรือนไทยสามารถจำแนกออกเป็นหลายประเภทซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะตัว ได้แก่ 
เรือนเครื่องสับเรือนเครื่องผูกเรือนเครื่องก่อ  เรือนไทยเครื่องสับได้รับความนิยมสูงสุดโดยมาก
ใช้เป็นเรือนสำหรับอยู่อาศัย สร้างด้วยไม้เนื้อแข็ง   
ลักษณะของเรือนไทยโดยทั่วไปมีดังนี้
            ๑.  ส่วนใหญ่จะสร้างด้วยไม้หรือวัสดุที่หาได้จากธรรมชาติตามท้องถิ่นนั้นๆ  มักสร้างด้วยวิธีประกอบสำเร็จรูป สามารถรื้อถอนขนย้ายไปปลูกสร้างที่อื่นได้
            ๒.  มีหลังคาทรงสูง ทรงสูงจะทำให้การระบายน้ำออกจากหลังคารวดเร็ว และช่วยลดความเสี่ยงจากการรั่วซึมของหลังคาอีกด้วย เมื่อสังเกตที่ชายหลังคาจะเห็นว่า มีกันสาด ยาวตลอดเพื่อป้องกันแสงแดดจัด ที่ปลายทั้งสองด้านของหลังคาจะมียอดแหลมเรียกว่า “เหงา” เนื่องจากความเชื่อในสมัยก่อนที่ชาวบ้านนิยมนำเขาสัตว์มาแขวน บริเวณเชิงหลังคาเพื่อป้องกันและขับไล่ภูตผีปีศาจและวิญญาณชั่วร้ายไม่ให้เข้ามาในบ้าน
            ๓. มีพื้นที่โล่งใต้เรือนไทยเรียกว่าบริเวณใต้ถุน โดยแต่เดิมบริเวณใต้ถุน บ้านจะถูกปล่อยไว้มิได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เนื่องจากในฤดูน้ำหลาก น้ำจะท่วมบริเวณใต้ถุนบ้าน การยกเรือนไทยสูงจากพื้นยังช่วยป้องกันสัตว์ร้ายที่อาจมาทำอันตรายได้
            ๔. เรือนไทยสามารถขยาย โดยจะเชื่อมต่อโดยใช้ “นอกชาน” เชื่อม เรือนไทยแต่ละเรือนไว้ด้วยกัน  การยึดเรือนไว้ด้วยกันจะไม่ใช้ตะปู แต่จะใช้เทคนิคการเข้าเดือยไม้ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะของเรือนเครื่องสับ 

                ๓.๒  จากบทความข้อ  ๓.๑  ให้นักเรียนนำข้อมูลมาตอบคำถามต่อไปนี้
๑.  เรือนไทยส่วนใหญ่ที่ปลูกเป็นที่อยู่อาศัย เป็นเรือนประเภทใด
     ก.  เรือนเครื่องผูก                                              ข.   เรือนเครื่องสับ               
     ค.  เรือนเครื่องก่อ                                              ง.   มีทุกชนิดเท่า ๆ กัน
๒. ภาพใดเป็นเรือนเครื่องสับ
   ก.                                  ข. 
   ค.                                  ง.    

๓. คำศัพท์ข้อใดไม่ได้หมายถึงเครื่องบนของเรือนไทย
      ก.  ตัวเหงา                                                         ข.  กันสาด
      ค.  นอกชาน                                                      ง.   หลังคา
๔. ใต้ถุนบ้านมักใช้ประโยชน์ชั่วคราวเนื่องจากเกิดน้ำหลากในฤดูฝน  ยกเว้นข้อใด
   ก.  ใช้ทำงานหัตถกรรมหลังฤดูเก็บเกี่ยว           ข.  แขวนพันธุ์พืชไว้เพาะปลูก
   ค.  ทำห้องครัวและห้องน้ำ                                ง.   เป็นที่พักผ่อนของผู้สูงอายุ
๕. ภาพใดเป็นการเข้าเดือยไม้แทนตะปู
         ก.                                       ข.   
        ค.                                       ง.   

          ๓.๓  ฝึกตั้งคำถามโดยให้อธิบายคำศัพท์สำคัญ  จำนวน ๕  ข้อ  โดยใช้ข้อมูลจากภาพต่อไปนี้

………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

กิจกรรมที่ ๑๐  ฝึกอ่านจับใจความให้สนุก
วัตถุประสงค์  
เพื่อให้สามารถสรุปใจความสำคัญของสิ่งที่อ่านและนำไปถ่ายทอดได้
ขั้นตอนการสอน/สื่อ

             ๑. ให้ความรู้   การอ่านจับใจความสำคัญคือ การอ่านเพื่อจับใจความหลักหรือหรือข้อคิดสำคัญ
ของข้อความ  ในแต่ละข้อความจะมีใจความสำคัญที่ผู้เขียนต้องการสื่อสาร  และใจความรองที่ขยาย
ใจความหลักให้ชัดเจนมากขึ้น
                  หลักการจับใจความสำคัญต้องตั้งจุดมุ่งหมายในการอ่านให้ชัดเจนว่าต้องการรับความรู้ ข้อคิด
หรือเรื่องราว  จากนั้นอ่านอย่างคร่าวๆ พอเข้าใจ และเก็บใจความสำคัญของแต่ละย่อหน้า  ตอบให้ได้ว่า เรื่องที่อ่าน มีใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร  สรุปเรียบเรียงใจความสำคัญใหม่ด้วยสำนวนของตนเอง ให้สละสลวย
                  การอ่านจับใจความมีหลายวิธี  ได้แก่  การอ่านจับใจความเพื่อหาคำสำคัญเพื่อคาดเดาเรื่องราวก่อนที่จะอ่านรายละเอียดต่อไป  การอ่านจับใจความเพื่อหาประโยคสำคัญ  ประโยคสำคัญมักจะมีคำสำคัญอยู่หน้าประโยค  การอ่านจับใจความเพื่อหาข้อเท็จจริง (พิสูจน์ได้ว่าจริง) และข้อคิดเห็น  (ความรู้สึกนึกคิด
คาดคะเน)  การอ่านจับใจความเพื่อค้นหาแนวคิด คือแก่นของเรื่องที่เป็นเนื้อหาสำคัญ

              ๒. ฝึกทักษะ
                  ๒.๑ อ่านจับใจความเพื่อหาคำสำคัญเพื่อคาดเดาเรื่องราวก่อนที่จะอ่านรายละเอียดต่อไป
ขีดเส้นใต้คำสำคัญ ที่อาจมีมากกว่า ๑

         “การทำงานอย่างมีความสุขถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่เราสร้างเองได้ ด้วยการเลือก
มองหาแง่มุมที่ดีของงานที่ทำ และทำในสิ่งนั้นๆ ให้ดีขึ้นๆ ไปอีก วิธีนี้นอกจากจะทำให้คุณทำงานอย่างมีความสุขแล้ว ยังช่วยให้งานออกมามีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย เพราะถ้าเราทำทุกอย่างจากความสุข แน่นอนว่าผลลัพธ์ย่อมดีเสมอ อย่างน้อยก็ดีต่อใจเรานั่นเอง”

                นำคำสำคัญมาร้อยเรียง สรุปเป็นใจความสำคัญ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………….       

           ๒.๒  อ่านจับใจความเพื่อหาประโยคสำคัญ  ประโยคสำคัญอาจอยู่หน้า กลาง หรือท้ายประโยคก็ได้
    ขีดเส้นใต้ประโยคสำคัญของข้อความที่ยกมา

             ลองใช้เวลาสัก ๑๕ นาที ตั้งเป้าหมายที่อยากทำให้เกิดขึ้นภายในอาทิตย์นี้กันดูนะคะ  
เริ่มจากเป้าหมายรายวันก่อนก็ได้ เช่น จะเลิกทานของทอดกี่วันต่อสัปดาห์ หรือจะทำงานที่ยากโดยใช้เวลาให้น้อยลง การตั้งเป้าหมายเล็กๆ จะช่วยฝึกให้เราสามารถบริหารจัดการเวลาได้มากขึ้น
หากทุกคนสัมผัสถึงความสำเร็จในแต่ละวันได้  เป้าหมายใหญ่ๆ ในชีวิตที่วางไว้ ก็จะทำสำเร็จ
ได้เช่นกัน

                   ๒.๓ อ่านจับใจความเพื่อหาข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น

            ตัวอย่างข้อความที่เป็นข้อเท็จจริง

                                                           ไข่เค็มไชยา              เมื่อพูดถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากจะนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวและเกาะน้อยใหญ่แล้ว ก็มักจะนึกถึงไข่เค็มไชยาซึ่งก็เป็นของฝากที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
              ไข่เค็มไชยาเกิดขึ้นในสมัยที่รัฐบาลกำลังสร้างทางรถไฟสายใต้ โดยมีนายจี่ แซ่ซิก ที่ทำหน้าที่สร้างสะพานเหล็กตั้งแต่ชุมพร-สุราษฎร์ธานีเป็นผู้คิดค้นสูตรการทำไข่เค็มขึ้นมา โดยการนำเอาดินเหนียวมาผสมกับเกลือป่น จากนั้นนำดินเหนียวมาพอกหุ้มไข่เป็ดเอาไว้จนมิด
แล้วนำไปคลุกกับขี้เถ้าอีกที จึงได้ไข่เค็มที่มีรสชาติอร่อย แต่เนื่องจากดินเหนียวเกาะไข่ได้ไม่นานนัก จึงได้มีการนำเอาดินปลวกมาใช้แทน พบว่าไข่เค็มมีรสชาติอร่อยและพอดีมากกว่าเดิม
             ไข่เค็มไชยามีรสชาติความเค็มที่พอเหมาะ ไม่เค็มหรือจืดจนเกินไป แปรรูปมาจากไข่เป็ดสด ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี ทำให้ได้ไข่เป็ดที่มีคุณภาพ นำมาทำไข่เค็มได้อย่างอร่อยกลมกล่อม สามารถเก็บไว้ได้นาน ไข่ดูสวยน่าทาน โดยไข่แดงจะจับกันเป็นก้อน มีความอร่อย ใครได้กิน
ก็ต้องติดใจ สามารถทอดเป็นไข่ดาว หรือนำมาต้มก็ได้ ซึ่งมีความอร่อยไม่แพ้ กัน

           ๒.๓  อ่านจับใจความเพื่อจำแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น  จงขีดเส้นใต้ข้อความที่มีลักษณะ
      เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่มีความรู้สึกนึกคิดของผู้เขียน ๑ เส้น  และข้อความที่เป็นข้อคิดเห็น ๒ เส้น

             ๒.๔  อ่านจับใจความเพื่อค้นหาแนวคิด  บอกแนวคิดที่ได้จากการอ่านข้อความนี้
                       ๑) คำพูดของตูน บอดี้แสลม

“การทำงานกับการวิ่งใช้ตรรกะเดียวกัน ทุกคนมีเส้นชัยต่างกัน แรงขับเคลื่อนต่างกัน
เราท้อแท้ได้ หยุดบ้าง เดินบ้าง พักชมวิวข้างทางบ้าง แล้ววิ่งต่อไปอย่างมีความสุข ทำงานอย่างมีความสุขในแต่ละวัน สุดท้ายเส้นชัยก็มาถึงเอง ไม่ช้าก็เร็ว แล้วแต่แรงของแต่ละคน บางคนยังหนุ่มทำได้ ๒ ชั่วโมงครึ่ง บางคนอายุมากแล้วทำได้เกินเวลาที่กำหนด แต่ถ้าไม่ล้มเลิก ยังไง
ก็ไปถึงเส้นชัย”                                                          ตูน–อาทิวราห์ คงมาลัย
                                                                           นักร้องร็อกสตาร์ผู้เติมเชื้อไฟในชีวิตด้วยการวิ่ง  

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

          ๒)  คำพูดของอุดม  แต้พานิช  

         …………………………………………………………………………………..
                   ๓) บทกลอนของพุทธทาสภิกขุ

           ……………………………………………………..

          ๓. ประเมินผล
                ๓.๑ อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถาม

                 “วันว่างวันหนึ่งของต้นฤดูร้อน แม้แดดออกจะร้อน แต่ฉันกลับเลือกถีบจักรยานผ่านทางตัด

      ทุ่งนาไปหาเป้าหมายหนึ่ง ที่นั่นชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังลงบ่อจับปลากลางแดด  บ่อกลางนาครึกครื้นขึ้น
      ด้วยลมหายใจอันมีอยู่จริงของชาวบ้าน  บางคนมีหน้าที่ลงไปหยิบเศษหญ้าเศษกิ่งไม้ขึ้นจากน้ำ
      บางคนมีหน้าที่ใช้แห บางคนมีหน้าที่ลงไปงมจับปลา บางคนมีหน้าที่ก่อไฟ บางคนมีหน้าที่ต้มปลา
      บางคนมีหน้าที่ปิ้งปลา บางคนมีหน้าที่รินเครื่องดื่ม หน้าที่ที่ว่านั้นล้วนเป็นใจอาสาตามถนัดแต่ละคน”

๑.  ข้อใดเป็นประโยคสำคัญ
       ก.  วันว่างวันหนึ่งของต้นฤดูร้อน แม้แดดออกจะร้อน
       ข.  ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังลงบ่อจับปลากลางแดด 
       ค.  บางคนมีหน้าที่ลงไปหยิบเศษหญ้าเศษกิ่งไม้ขึ้นจากน้ำ
       ง.   หน้าที่ที่ว่านั้นล้วนเป็นใจอาสาตามถนัดแต่ละคน

๒.  ข้อใดคือภารกิจหลักของชาวบ้านกลุ่มนี้
       ก.  จับปลา                                                               ข.  ทำอาหาร             
       ค.  สังสรรค์                                                             ง.  ขุดบ่อปลา
๓.   ข้อใดไม่ได้กล่าวถึงในบทความนี้
      ก.  ชาวบ้านแบ่งหน้าที่กันทำ                                    ข.  ชาวบ้านเกณฑ์กันมาทำงาน
      ค.  ชาวบ้านเต็มใจทำงาน                                          ง.  ชาวบ้านสนุกสนาน
๔.  ข้อใดมีลักษณะข้อคิดเห็น
      ก.  ฉันถีบจักรยานผ่านทางตัดทุ่งนาไปหาเป้าหมายหนึ่ง
      ข.  ที่นั่นชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังลงบ่อจับปลากลางแดด 
      ค.  บางคนมีหน้าที่ก่อไฟ บางคนมีหน้าที่ต้มปลา
      ง.  บ่อกลางนาครึกครื้นขึ้นด้วยลมหายใจอันมีอยู่จริงของชาวบ้าน
๕.  ข้อใดคือแนวคิดของบทความนี้
      ก.  ความสุขหาได้ไม่ยาก                                         ข.  วิถีชีวิตของชาวบ้านไม่มีกฎเกณฑ์ 
      ค.  ไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ ถ้าไม่ร่วมมือกัน
      ง.  การทำสิ่งใดด้วยความเต็มใจตามความถนัดของแต่ละคนทำให้เกิดความสุข

 กิจกรรมที่ ๑๑  อ่านค้นคว้า รายงาน อ่านเชิงรุก
วัตถุประสงค์   เพื่อให้มีทักษะการอ่านศึกษาค้นคว้า สรุปประเด็น นำไปเรียบเรียงได้
ขั้นตอนการสอน/สื่อ

             ๑. ให้ความรู้   การอ่านเพื่อการศึกษาค้นคว้า  คือการอ่านที่มีความมุ่งหมายชัดเจนว่าจะศึกษาเรื่องอะไร แล้วจึงเลือกหาหนังสือที่จะค้นคว้า  โดยการพิจารณาจากประเภทของหนังสือ เช่น หนังสือสารานุกรม
ตำรา จะเก็บรวบรวมเนื้อหาตามหลักวิชาการ ถ้าเป็นบทความในนิตยสารจะเน้นการขยายความรู้ เสนอ ความคิดเห็น หรือต่อยอดเป็นการคิดค้นใหม่ ๆ  ส่วนประกอบที่สำคัญของหนังสือจะช่วยอำนวยความสะดวกให้เราค้นคว้าได้รวดเร็วขึ้น  เช่น  คำนำ จะบอกถึงจุดมุ่งหมายในการแต่ง สาระสำคัญของเรื่อง
 สารบัญจะบอกลำดับเนื้อหาในเล่ม   บัญชีตารางและบัญชีภาพ จะช่วยให้เราค้นหาภาพประกอบและตัวเลข
สถิติต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น   ภาคผนวก จะมีส่วนเพิ่มเติมที่ขยายความรู้จากเนื้อหา  บรรณานุกรมจะบอก
แหล่งค้นคว้าเพิ่มเติมให้  ส่วนดัชนี จะบอกคำค้นและเลขหน้าให้เราค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้เร็วขึ้น         
                   วิธีการอ่านเพื่อศึกษาค้นคว้า ผู้อ่านเก็บข้อมูลที่ได้ลงในบัตรบันทึกข้อมูลพร้อมแหล่งอ้างอิง
เป็นหนังสือหรือเว็บไซต์ อ่านจับใจความเนื้อหาที่รวบรวมได้  เมื่ออ่านจบ ต้องสามารถสรุปเนื้อหา  และนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาเชื่อมโยงเรียบเรียงเป็นเป็นเรื่องเดียวกัน
    ตัวอย่างแบบบันทึกข้อมูล

แบบบันทึกข้อมูล                       วันที่บันทึกข้อมูล วันที่ ……………………เดือน……………………………………พ.ศ…………………….. ชื่อผู้แต่ง …………………………………………………………………………………………………………………….
ปีที่พิมพ์…………………………………………..
ชื่อหนังสือ………………………………………………………………………………………………………………….     
พิมพ์ครั้งที่……………………………….สำนักพิมพ์………………………………………………………………..
เว็บไซต์……………………………………………………………………………………………………………………..เรื่องที่บันทึก………………………………………………………………………………………………………………. รายละเอียด…………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 

 

การเขียนบรรณานุกรม  (สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ)
บรรณานุกรมหนังสือทั่วไป
ชื่อ/ชื่อสกุล./(ปีที่พิมพ์)./ชื่อเรื่อง/(ครั้งที่พิมพ์)./เมืองที่พิมพ์:/สำนักพิมพ์หรือผู้จัดพิมพ์.
บรรณานุกรมรายงานวิจัย
ชื่อ/ชื่อสกุล./(ปีที่พิมพ์)./ชื่องานวิจัย/(หมายเลขประจำรายงาน).(ถ้ามี)

บรรณานุกรมวารสาร
ชื่อผู้เขียนบทความ./(ปี,/วัน/เดือน)./ชื่อบทความ./ชื่อวารสาร,/ปีที่(ฉบับที่),/เลขหน้า.

บรรณานุกรมหนังสือแปล
ชื่อผู้เขียนเดิม./(ปีที่พิมพ์)./ชื่อเรื่อง[ชื่อเรื่องเดิม]/(ครั้งที่พิมพ์)/(ชื่อผู้แปล)./เมืองที่พิมพ์:/
สำนักพิมพ์,(ต้นฉบับพิมพ์พ.ศ. หรือ ค.ศ.)

บรรณานุกรมวิทยานิพนธ์
ชื่อผู้แต่ง./(ปีพิมพ์)./ชื่อเรื่อง/(ปริญญานิพนธ์มหาบัณฑิต/ปริญญานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต)./ชื่อสถานศึกษา,/ที่ตั้ง.

บรรณานุกรมจากหนังสือพิมพ์
ชื่อ/ชื่อสกุล./(ปีพิมพ์,/วันที่/เดือน)./ชื่อบทความหรือชื่อหัวข้อในคอลัมน์./ชื่อหนังสือพิมพ์./หน้าที่ตีพิมพ์.

บรรณานุกรมแหล่งข้อมูลจากเว็บไซต์
เจ้าของผลงาน./(ปีที่พิมพ์)./ชื่อเรื่อง./สืบค้นจาก/URL
          ๒. ฝึกทักษะ/ประเมินผล  มอบหมายให้นักเรียนทำรายงาน และเขียนเค้าโครงเรื่องให้พิจารณา
ก่อนลงมือเขียนจริง  ดังนี้
                      ชื่อเรื่องรายงาน…………………………………………………………………………………………
หัวข้อย่อย………………………………………………………………………………………………………………………
หัวข้อย่อย……………………………………………………………………………………………………………………… 
หัวข้อย่อย……………………………………………………………………………………………………………………… 
หัวข้อย่อย……………………………………………………………………………………………………………………… 

แหล่งข้อมูล ค้นคว้าจาก
หนังสือ………………………………………………………………………………………………………………………
หนังสือ………………………………………………………………………………………………………………………
เว็บไซต์………………………………………………………………………………………………………………………
เว็บไซต์………………………………………………………………………………………………………………………
กิจกรรมที่ ๑๒  อ่านประยุกต์นำไปใช้ได้นานา
วัตถุประสงค์   เพื่อให้เลือกอ่านตามความสนใจและนำไปประยุกต์ใช้ได้
ขั้นตอนการสอน/สื่อ

             ๑. ให้ความรู้   การอ่านมีจุดมุ่งหมายหลัก ๆ ๓ ประเด็นคือ 
                 ๑. อ่านเพื่อรับความรู้  คือ การอ่านสารประเภทสารคดี   เช่น ตำราวิชาการ ข่าวสาร คู่มือการทำงาน  เพื่อนำความรู้ไปใช้ในการสอบ และปฏิบัติงานต่าง ๆ
                 ๒. อ่านเพื่อความเพลิดเพลิน  คือ การอ่านสารประเภทบันเทิงคดี เช่น นิยาย เรื่องสั้น การ์ตูน
เพื่อรับความสนุกสนานบันเทิง หรือความประทับใจจากเรื่องราวที่อ่าน
                 ๓. อ่านเพื่อเป็นคติชีวิตและจรรโลงใจ คือ การอ่านสารที่ให้ข้อคิด คติเตือนใจ เช่น  ธรรมะ
งานเขียนสร้างแรงบันดาลใจต่าง ๆ  ทำให้ผู้อ่านมีจิตใจดีขึ้น มองเห็นคุณค่าของตนเอง อยากทำความดี
เพื่อตนเองเพื่อส่วนรวม เป็นต้น

             ๒. ฝึกทักษะ
 
                 แบ่งนักเรียนเป็น ๖ กลุ่ม  อ่านเรื่องราวสั้น ๆ กลุ่มละ ๑ เรื่อง  สรุปข้อคิดที่ได้รับ และแนวทาง
การนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน 
(ข้อความจากนุสนธิ์บุคส์)

                  เรื่องที่ ๑

                  หนูตัวหนึ่งตกลงไปในถังข้าวสาร แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือมันดีใจมาก มันคิดว่ามันโชคดี
มันจึงกินขาวสารนั้นอย่างอิ่มหมีพีมัน กินแล้วก็นอน นอนแล้วก็กิน เป็นอยู่อย่างนี้หลายวัน

วันแห่งความสุขมักผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ วันหนึ่งตอนที่มันกินจนเห็นพื้นของถังข้าวสาร มันฉุกใจคิด แต่ข้าวสารในถังก็เป็นสิ่งที่ยั่วยวนเหลือเกิน มันกินจนข้าวสารในถังหมดไป ถึงตอนนี้มันถึงรู้ว่า การปีน
ออกจากถังเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป

                  เรื่องที่ ๒

                  ภรรยากำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว สามีคอยกำกับอยู่ข้างๆ
       “คนเบาๆ ช้าๆหน่อย ระวังหน่อยสิ ไฟแรงไป เร็วๆ รีบพลิกปลาได้แล้ว ตักออกมาสิ น้ำมันเยอะไปนะ
คีบเต้าหู้วางให้ตรงๆสิ! ”

        “นี่คุณ” ภรรยาทนไม่ไหว “ฉันทำกับข้าวเป็น พูดอยู่ได้”

       “ที่รัก ผมรู้ว่าคุณทำเป็น” ผู้เป็นสามีบอกออกไป “ผมเพียงอยากให้คุณรู้ว่า เวลาที่ผมขับรถแล้วคุณคอยบอกให้ผมเบรก ให้ผมเร็ว ให้ผมระวัง ให้ผมแซงนะ ผมรู้สึกยังไง”

                  เรื่องที่ ๓

                 วันที่ ๑ กระต่ายออกไปตกปลา กลับมาตัวเปล่าไม่ได้ปลากลับมาเลย

                 วันที่ ๒ กระต่ายไปตกปลาอีก แต่ก็กลับมาตัวเปล่าเหมือนเมื่อวาน

                 วันที่ ๓ เมื่อกระต่ายไปถึงบ่อปลา ปลาตัวหนึ่งก็กระโดดขึ้นจากน้ำและตะโกนพูดขึ้นว่า
“ถ้านายยังเอาแครอทมาเป็นเหยื่ออีก ฉันจะกระโดดขึ้นจากน้ำมาตบแกให้ตายเลยเชียว”

                 เรื่องที่ ๔

                 มีเสืออยู่สองตัว ตัวหนึ่งอยู่ในกรง อีกตัวหนึ่งอยู่ในป่า มันต่างคิดว่าที่ๆมันอยู่นั้นไม่น่าอยู่เลย
ต่างก็อิจฉาการดำเนินชีวิตของซึ่งกัน วันหนึ่ง พวกมันจึงแลกที่อยู่กัน ต่างก็มีความสุขกับสภาพแวดล้อมใหม่

ต่อมาไม่นาน เสือทั้งสองตัวก็ตาย ตัวหนึ่งอดตายอยู่ในป่า อีกตัวหนึ่งตายเพราะซึมเศร้าอยู่ในกรง

                 เรื่องที่ ๕

                 ปีหนึ่งในมหาวิทยาลัย เด็กสาวนางหนึ่งซึ่งหน้าตาก็ไม่ได้สวยอะไรมาก เธอสมัครเป็นดาวคณะ ตอนที่เธออออกมาแนะนำตัวต่อหน้าเพื่อนนิสิต เธอบอกว่า

                “หากเพื่อนๆเลือกฉัน อีกสิบปีข้างหน้า เพื่อนๆสามารถอวดกับลูกๆและสามีได้ว่า ในปีที่แม่เรียนอยู่ แม่สวยกว่าดาวของคณะ”  เมื่อถึงเวลาเลือกดาวคณะ ปรากฏว่าเธอชนะ

                 เรื่องที่ ๖

                ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง มาร์ก ทเวนนั่งอยู่ตรงข้ามกับผู้หญิงคนหนึ่ง เขาพูดไปตามมารยาทว่า
“คุณสวยจริงๆครับ” ผู้หญิงคนนั้นกลับไม่รับน้ำใจ ไม่แม้แต่จะกล่าวคำว่าขอบคุณ เธอพูดออกไปอย่างยโสว่า “น่าเสียใจ ฉันไม่อาจชมว่าคุณหล่อเหมือนที่คุณชมว่าฉันสวยได้!”  มาร์ก ทเวนพูดออกไปอย่างสุภาพว่า “ไม่เป็นไรครับ แต่คุณควรฝืนใจฝึกพูดโกหกเหมือนผมบ้างก็ได้นะครับ” ผู้หญิงคนนั้นรู้สึกอับอาย
จนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง

                                           เนื้อย่างอันตรายยิ่งกินบ่อย ยิ่งเสี่ยงโรค                   อาหารประเภทเนื้อย่าง อย่างเช่นพวกหมูกระทะ หมูปิ้งทั้งหลาย สามารถก่อโทษให้แก่ร่างกายของเราได้ เพราะทั้งการเผาหรือการปิ้งก็มักจะมีส่วนที่ไหม้ ซึ่งส่วนนี้จะมีสารก่อมะเร็งอยู่เป็นปริมาณมาก และสามารถทำให้เราเกิดมะเร็งได้ทุกส่วน นอกจากนี้ในเนื้อหมูหรือว่าหมูสามชั้นก็มีไขมันอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งไขมันเหล่านี้ก็คือไขมันอิ่มตัว ยิ่งเรากินเนื้อสัตว์เข้าไปมากเท่าไร โอกาสที่จะเป็นโรคไขมันในเลือดสูงก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ไตทำงานได้ไม่ดี หัวใจขาดเลือดตามมา มีไขมันอุดตันในเส้นเลือด หากกินเนื้อย่างบ่อย ๆ รวมถึงหมูปิ้ง หมูกระทะบ่อย ๆ ก็มีความเสี่ยงทั้งมะเร็ง ทั้งไขมันสูง ทั้งหลอดเลือดหัวใจตีบ เส้นเลือดสมองตีบและอุดตันตามมา

๓. ประเมินผล
                   ๓.๑ อ่านสารให้ความรู้ แล้วบอกว่าจะนำไปประยุกต์ใช้ในเรื่องใดได้บ้าง

                    ๓.๒ อ่านสารเพื่อความเพลิดเพลิน  แล้วบอกว่าจะนำไปใช้ประโยชน์ในเรื่องใด

                   ๓.๒ อ่านงานเขียนบันเทิงคดี แล้วบอกข้อคิดที่จะนำไปประยุกต์ใช้
 

         ใส่ชุดสวยรวยเสน่ห์เท่ชะมัด           กระเป๋าจัดแบรนด์ดีสีสดใส
รองเท้าเข้ากับชุดเร่งรุดไว                        มีตำรวจป้องกันภัยติดตามมา
ตรงนิ้วมือมีแหวนเพชรหลายกะรัต         หัวเข็มขัดอัญมณีล้วนมีค่า
ทั้งตุ้มหูพลอยเพชรเด็ดงามตา                  กุญแจมือพร้อมข้อหาลักขโมย

                 ๓.๓ อ่านคติธรรมจากพระเถระผู้ใหญ่ แล้วบอกข้อคิดที่จะนำไปใช้

                     

กิจกรรมที่ ๑๓ อ่านข่าวต้องเข้าใจ “นัย” อักษรย่อ
วัตถุประสงค์   เพื่อให้สามารถอ่านงานเขียนร้อยแก้วประเภทข่าวได้เข้าใจ นำสารที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ได้
ขั้นตอนการสอน/สื่อ
             ๑. ให้ความรู้  “ข่าว” คือ เหตุการณ์หรือเรื่องราวที่เกิดขึ้น มีความสำคัญเป็นที่สนใจและมีผลกระทบต่อประชาชน และได้รับการนำเสนอผ่าน “สื่อ” ชนิดต่าง ๆ สาระสำคัญของข่าวประกอบด้วย (When)  เมื่อไร  (Who) ใคร   (What) ทำอะไร (Where)  ที่ไหน  (Why)  ทำไม  (How) อย่างไร
โครงสร้างของข่าวประกอบด้วย  พาดหัวข่าว (Headline) ข้อความสั้น คม กระตุ้นความสนใจของผู้รับสาร
ความนำ (Lead) ข้อความสำคัญครบถ้วน แต่ไม่มีรายละเอียด   เนื้อข่าว (Body หรือ Contents) เพิ่มเติมรายละเอียดตามลำดับความสำคัญ
               สิ่งที่ต้องให้ความรู้และฝึกฝนเพิ่มเติมคือ การอ่านอักษรย่อ คำย่อ และความหมายโดยนัยของคำ
ในพาดหัวข่าว  เพราะการเขียนข่าวมีเนื้อที่จำกัด ต้องใช้อักษรย่อเพื่อประหยัดเนื้อที่ และใช้คำที่เข้าใจกันโดยนัยประหวัด แทนการใช้คำที่มีความหมายโดยตรง

             ๒. ฝึกทักษะ ให้นักเรียนฝึกอ่าน ตอบคำถามเกี่ยวกับความหมายของศัพท์  อักษรย่อ และความหมายของคำ ข้อความที่กำหนดให้
      (๑)  อุทาหรณ์” หนุ่มดวงกุด ควบ จยย.ย้อนศร ประสานงาแท็กซี่ดับ หน้า สน.พญาไท    
       (๒)  หนุ่ม
29 ควบ จยย.ประสานงานแท็กซี่กระเด็นดับคาที่ บน ถ.ศรีอยุธยา ขาเข้า หน้า สน.พญาไท โชเฟอร์แท็กซี่ เผย จยย.ขับย้อนศรพุ่งมาอย่างเร็ว เบรกไม่ทันระยะกระชั้นชิด 
       (๓)  เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 2 พ.ย.64 ร.ต.อ.วัลลภ อิสริยสกุลวงศ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.พญาไท
รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนรถแท็กซี่ มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณถนนศรีอยุธยา ขาเข้า มุ่งหน้าแยก
ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. จึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ๊งเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นถนนสี่เลน อยู่ระหว่างหน้า สน.พญาไท และมูลนิธิสายใจไทย พบรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีเขียวเหลือง ทะเบียน 1มข 3029 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่เลนที่สามนับจากซ้าย สภาพหน้ารถพังยับเสียหาย
ฝากระโปรงหน้ายุบ และกันชนหน้าหลุด ข้างรถแท็กซี่พบศพ นายณัฐพล เจตนเสน อายุ 29 ปี นอนหงายเสียชีวิตคาที่ สภาพสวมเสื้อยืดสีขาวลายการ์ตูน คลุมทับด้วยเสื้อแจ็กเก็ตสีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีฟ้าขาว ทะเบียน ฬคท 688 กรุงเทพมหานคร สภาพพังยับ ล้มคว่ำอยู่บนฟุตปาท  จากการสอบสวน นายปัณณทัต วรวิโมกข์ อายุ 52 ปี คนขับรถแท็กซี่ ให้การว่า
ตนรับผู้โดยสาร เห็นรถจักรยานยนต์วิ่งย้อนศรพุ่งเข้ามาอย่างเร็ว จึงทำให้เบรกไม่ทัน ชนเข้าอย่างจัง ทำให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว   เบื้องต้นตำรวจจะสอบปากคำพยาน พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อสรุปสาเหตุ
การเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป    (ข่าวไทยรัฐออนไลน์  2 พ.ย. 2564 เวลา 04:07 น.)
คำถาม

                ๑.  ข้อความหมายเลข (๑) เรียกว่า…………………………………………………………………………….
                ๒. ข้อความหมายเลข (๒) เรียกว่า…………………………………………………………………………….
                ๓. ข้อความหมายเลข (๓) เรียกว่า…………………………………………………………………………….
                ๔. ดวงกุด หมายความว่า………………………………………………………………………………………..
                ๕. ประสานงา หมายความว่า …………………………………………………………………………………
                ๖.  ควบ จยย. หมายความว่า…………………………………………………………………………………..
                ๗. รตอ. รอง สว.(สอบสวน) สน.พญาไท ย่อมาจาก………………………………………………….
                     ……………………………………………………………………………………………………………………..
                ๘. กทม. ย่อมาจาก……………………………………………………………………………………………….
                ๙. ถ.ศรีอยุธยา ขาเข้า หมายความว่า……………………………………………………………………….
                ๑๐. ม.หอการค้าไทย ย่อมาจาก………………………………………………………………………………
  
             ๓. ประเมินผล ให้นักเรียนจำแนกข่าว และ แปลความหมายคำที่มีความหมายโดยนัย และอักษรย่อ
    ต่อไปนี้    กมธ.ป.ป.ช.    ส่อง     ฉุด     ยิ้ม      แข้ง     ช้างศึก  ดับ    สพฐ.  ก.ค.ศ.    จับตา

กิจกรรมที่ ๑๔  คิดเติมต่อพาดหัวและเนื้อหา
วัตถุประสงค์   เพื่อให้สามารถอ่านงานเขียนร้อยแก้วประเภทข่าวได้เข้าใจ นำสารที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ได้
ขั้นตอนการสอน/สื่อ
             ๑. ให้ความรู้   โครงสร้างของข่าวประกอบด้วย  พาดหัวข่าว (Headline) ใช้ข้อความสั้น คม กระตุ้นความสนใจของผู้รับสาร   ความนำ (Lead)  สรุปข้อความสำคัญครบถ้วน แต่ไม่มีรายละเอียด  เนื้อข่าว (Body หรือ Contents) มีการเพิ่มเติมรายละเอียดตามลำดับความสำคัญให้ชัดเจนมากขึ้นว่า เมื่อไร  ใคร
ทำอะไร ที่ไหน ทำไม อย่างไร  การอ่านและทำความเข้าใจกับเนื้อหาของข่าว ขึ้นอยู่กับเวลาและความสนใจของผู้อ่าน หากมีเวลาน้อยอาจอ่านเพียงพาดหัวข่าวหรือความนำก็สามารถจับใจความสำคัญได้แล้ว
             ๒. ฝึกทักษะ  จากพาดหัวข่าวของกิจกรรมที่ ๑๓  ให้นักเรียนลองฝึกขยายความจากพาดหัวข่าว

  •  ใคร  ทำอะไร  เพราะเหตุใด
    ……………………………………………………………………………………………………………………………
  •  เกิดเหตุการณ์ใด ที่ไหน อย่างไร

……………………………………………………………………………………………………………………………..

      ๓.     ใคร ชี้แจงถึงเรื่องอะไร เพราะเหตุใด
            ……………………………………………………………………………………………………………………………….
      ๔.  ที่ไหน เกิดเหตุอะไร ผลเป็นอย่างไร
           ………………………………………………………………………………………………………………………………..
      ๕.  ทั่วโลกเฝ้าดูใคร ทำอะไร เพราะเหตุใด
           …………………………………………………………………………………………………………………………………
  

          ๓. ประเมินผล  ครูขึ้นสไลด์พาดหัวข่าว  หรือความนำ  นักเรียนช่วยกันขยายความ จากนั้น
เปิดเนื้อข่าวให้อ่านหรือดูคลิปเป็นการเฉลย ว่านักเรียนสามารถเดาความหรือคาดการณ์เนื้อหาได้ถูกต้อง
เพียงใด  สรุปวิธีการอ่านข่าว และให้ข้อคิดเกี่ยวกับการใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร

กิจกรรมที่ ๑๕  อ่านนิทานเพลินใจได้ปัญญา
วัตถุประสงค์   เพื่อให้อ่านงานเขียนร้อยแก้วประเภทนิทานได้เข้าใจเนื้อหาและข้อคิด
                        สามารถนำไปสื่อสาร ต่อยอดได้อย่างหลากหลาย
ขั้นตอนการสอน/สื่อ
             ๑. ให้ความรู้ 
นิทานเป็นวรรณกรรมมุขปาฐะ มีหลายประเภท ที่แพร่หลายมากที่สุดคือนิทานอีสป
เล่าโดยชาวกรีกมากว่าสองพันปี มีการนำไปถ่ายทอดให้เข้ากับบริบททางด้านวัฒนธรรมของแต่ละชาติทั่วโลก  นอกจากนี้ยังมีนิทานชาดกที่สอดแทรกคำสอนของพระพุทธศาสนา และนิทานสร้างสรรค์ยุคใหม่
ให้เด็ก ๆได้ฝีกทักษะการอ่าน การฟังและการดู  นิทานที่เล่ากันต่อมาโดยคนไทยเรียกว่านิทานพื้นบ้าน
     
                 นิทานพื้นบ้าน หมายถึง เรื่องที่ชาวบ้านเล่าถ่ายทอดกันมาช้านานด้วยสำนวนของชาวบ้านในแต่ละท้องถิ่น เป็นการเล่าเพื่อความสนุกสนานในยามว่างจากการทำงาน แต่มีการสอดแทรกคติธรรมคำสั่งสอนทางศาสนาให้เป็นคนดีมีศีลธรรม  สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  เล่ม ๒๖ แบ่งนิทานพื้นบ้านของไทยเป็น ๑๑ ประเภท ได้แก่  นิทานเทวปกรณ์ หรือตำนานปรัมปรา  นิทานมหัศจรรย์  นิทานชีวิต  นิทานประจำถิ่น  นิทานคติสอนใจ  นิทานอธิบายสาเหตุ  นิทานเรื่องสัตว์  นิทานเรื่องผี  นิทานมุขตลก  นิทานเรื่องโม้  นิทานเข้าแบบ (นิทานไม่รู้จบ และนิทานลูกโซ่)
                 การอ่านนิทานนอกจากจะได้รับความสนุกสนานและคติธรรมแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมจินตนาการ
ให้แก่ผู้อ่านอีกด้วย 

             ๒. ฝึกทักษะ   
                  ๒.๑ ฝึกจำแนกประเภทนิทาน จากเนื้อหาของเรื่อง จับคู่เรื่องกับประเภท
        ………..๑. ยายกับตา (ปลูกถั่วปลูกงาให้หลานเฝ้า โทษกันเป็นทอดๆ)  ก. นิทานปรัมปรา
        ………..๒. ท้าวแสนปม (ตำนานแห่งเมืองไตรตรึงษ์ กำแพงเพชร)       ข. นิทานเรื่องผี
        ………..๓.  ดาวลูกไก่ (เกิดจากลูกไก่กระโดดเข้ากองไฟ)                     ค. นิทานตลก
        ………..๔.  สามเกลอ (เจ้าขี้มูกมาก ตูดแหลม หูกาง)                            ง. นิทานเข้าแบบ
        ………..๕.  ไกรทอง (ปราบชาละวันได้)                                               จ. นิทานชีวิต
        ………..๖. ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่ (ลูกชายฆ่าแม่เพราะความหิว)                ฉ. นิทานชาดก
        ………..๗. พระยาฉัททันต์                                                                     ช. นิทานอธิบายเหตุ
        ………..๘. สังข์ทอง                                                                                ซ. นิทานประจำถิ่น
        ………..๙. แม่ปูกับลูกปู                                                                           ฌ. นิทานวีรบุรุษ
       ………..๑๐. กระสือสาว                                                                           ญ. นิทานเรื่องสัตว์                                                                                         

                  ๒.๒  ฝึกจำแนกประเภท เรียงลำดับเรื่อง วิเคราะห์เนื้อหา ข้อคิด และภาพสะท้อนสังคม

    

    ๑. เมื่อพิจารณาจากเนื้อเรื่อง นิทานเรื่องนี้จัดอยู่ในประเภทใด
             ก. นิทานมหัศจรรย์                                             ข. นิทานชีวิต 
             ค. นิทานประจำถิ่น                                             ง.  นิทานอธิบายสาเหตุ 
    ๒. เหตุการณ์ใดเกิดขึ้นหลังสุด
          ก. นายทองสำนึกผิดและกราบขอโทษ              ข. นางสายหยุดทำขนมตาล
          ค. นางบัวซ่อนปลาไว้บนศีรษะนายทอง            ง.  นายทองกับนางบัวไปหาปลา 

      ๓.  นางสายหยุดเป็นแม่ตัวอย่างเพราะเหตุใด
             ก.  สั่งสอนลูกให้เป็นคนดี                             ข.   รักลูกสะใภ้
             ค.  มีความมานะอดทน                                  ง.   ให้อภัยแม้ลูกทำผิด
      ๔.  นางบัวน่าตำหนิในเรื่องใด
             ก.  ไม่ค่อยให้นายทองกลับไปหาแม่              ข.  ไม่ค่อยปรนนิบัติสามี
             ค.  ส่งเสริมให้นายทองทำเรื่องไม่ดี               ง.  ไม่ทำหน้าที่ลูกสะใภ้ที่ดี
      ๕.  ข้อใดไม่ใช่ธรรมเนียมนิยมของสังคมไทยที่ปรากฏในเรื่องนี้
             ก.  ผู้ชายแต่งงานแล้วจะไปอยู่บ้านฝ่ายหญิง   ข.  ผู้ชายจะบวชเมื่อบรรลุนิติภาวะ
             ค.  ชาวบ้านจะกินอยู่อย่างพอเพียง                  ง.  แม่ผัวมักไม่ถูกกับลูกสะใภ้

          ๓. ประเมินผล  โดยการใช้ความรู้ในการสร้างสรรค์จินตนาการหรือสร้างชิ้นงานขึ้นใหม่ เช่น
               ๓.๑  เล่านิทานต่อกันคนละ ๑ ประโยค ใช้ประโยคชนิดใดก็ได้ คนสุดท้ายต้องจบให้ลง
ช่วยกันบอกข้อคิดที่ได้รับจากนิทานเรื่องนี้
               ๓.๒ การผูกเรื่องจากคำที่กำหนดให้ หรือช่วยกันกำหนด  เช่น คำควบกล้ำ  ปราดเปรื่อง
กลั่นแกล้ง  ครอบครอง   อาจผูกเรื่องว่า   มีชายผู้ปราดเปรื่องคนหนึ่งหวังครอบครองมรดกของพ่อแม่
เพียงคนเดียว จึงกลั่นแกล้งให้พี่น้อง………………….. แต่งเสร็จฝึกอ่านออกเสียงให้ชัดเจน
               ๓.๓ การนำนิทานไปเรียบเรียงใหม่ในรูปแบบคำประพันธ์อื่น เช่น กลอน ๔    
กระต่ายนั่งเหงา  ท้าเต่าแข่งขัน  ใครถึงก่อนกัน  ผู้นั้นมีชัย…………………
               ๓.๔ นำนิทานที่สร้างสรรค์หรือเรียบเรียงใหม่ไปเผยแพร่ โดยใช้สื่อต่าง ๆ ตามความถนัด
และความสนใจ เช่น หนังสือจิ๋ว  หนังสือเล่มเล็ก  เชิดหุ่น  เล่นละคร ทำคลิป  tiktok  เป็นต้น     

กิจกรรมที่ ๑๖ อ่านโฆษณา หาคู่เปรียบเทียบการใช้
วัตถุประสงค์  
เพื่อให้อ่านงานเขียนประเภทโฆษณาได้อย่างมีวิจารณญาณและนำแนวคิดในการนำเสนอ
                        ไปประยุกต์ใช้ได้
ขั้นตอนการสอน/สื่อ
             ๑. ให้ความรู้  
การโฆษณาเป็นการโน้มน้าวใจให้ลูกค้าซื้อสินค้าด้วยวิธีการต่าง ๆ ได้แก่ใช้คน
ที่มีชื่อเสียง  การใช้เหตุผลอย่างหนักแน่น  การแสดงว่าเข้าใจลูกค้ามีความรู้สึกร่วมกัน  การชี้ให้เห็นข้อดีข้อเสียและเป็นทางเลือกที่ดีกว่า  การสร้างความหรรษาแก่ผู้รับสาร
                  เพื่อให้การโน้มน้าวใจได้ผล มักจะใช้ภาษาที่มีลักษณะดังนี้คือ 
                  – จะมีส่วนนำที่สะดุดหูสะดุดตาซึ่งมีผลทำให้สะดุดใจสาธารณชน
                  – ตัวสารจะไม่ใช่ถ้อยคำที่ยืดยาว มักเป็นรูปประโยคสั้นๆ หรือวลีสั้นๆ
                  – เนื้อหาจะชี้ให้เห็นถึงความดีของสินค้าที่สนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์
                  การโฆษณามีกฎหมายควบคุม เช่นไม่โฆษณาเกินจริง ไม่ใช้วิธีที่เป็นอันตราย ไม่สร้างความแตกแยก และหากมีชิงโชคต้องมีกติกาที่ชัดเจน ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจบริโภคควรหาข้อมูลอย่างรอบด้าน

             ๒. ฝึกทักษะ   
                   ๒.๑ วิเคราะห์กลวิธีกับภาพโฆษณา นำหมายเลขไปเติมในช่องว่าง
๑. ใช้คนที่มีชื่อเสียง    ๒.การใช้เหตุผลอย่างหนักแน่น   ๓.แสดงว่าเข้าใจความรู้สึกของผู้รับสาร
๔. การชี้ให้เห็นข้อดีข้อเสีย  ๕. การสร้างความหรรษาแก่ผู้รับสาร                ภาพที่ ๑………………….   ภาพที่ ๒………………….
   ภาพที่ ๓……………………………..
    ภาพที่ ๔………………………….
  ภาพที่ ๕…………………


             ๒.๒ วิเคราะห์โฆษณา  โดยนำสินค้าชนิดเดียวกันมาเปรียบเทียบกัน

ใช้กลวิธี……………………………………………………….ใช้กลวิธี……………………………………………………….
สโลแกน………………………………………………………สโลแกน……………………………………………………..
สรรพคุณ……………………………………………………..สรรพคุณ……………………………………………………..
ราคา……………………………………………………………ราคา……………………………………………………………

     ๓. ประเมินผล 
           ๓.๑
ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละคนเลือกโฆษณาสินค้าชนิดเดียวกัน แต่ต่างยี่ห้อ มาวิเคราะห์เปรียบเทียบร่วมกัน  แล้วใช้วิจารณญาณในการเลือกซื้อโดยให้เหตุผลประกอบ  สมาชิกในกลุ่ม
ไม่จำเป็นต้องเลือกเหมือนกัน แต่ให้นำเสนอเหตุผลในการเลือก           ๓.๒ ให้นักเรียนทำโฆษณาสินค้าของตนเองตามความสนใจ โดยใช้หลักการต่าง ๆ ที่ค้นคว้ามา
นำเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

กิจกรรมที่ ๑๗ อ่านบอกกล่าวเล่าความตามรู้สึก
วัตถุประสงค์    เพื่อให้อ่านงานเขียนประเภทคำคม ข้อคิด ปรัชญาหรือสร้างแรงบันดาลอย่างเข้าใจ พูดแสดง
                         ความคิดเห็นและความรู้สึกต่อสิ่งที่อ่านและนำไปประยุกต์ใช้ได้
ขั้นตอนการสอน/สื่อ
             ๑. ให้ความรู้  คำคม คือ ถ้อยคำที่หลักแหลมชวนให้คิด  คำคมที่ดีต้องแสดงถึงการใช้ความคิด  หรือแสดงให้เกิดความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างชัดเจนเพื่อให้ผู้อ่านเกิดความลึกซึ้งเมื่อได้อ่าน ลักษณะภาษา
ที่ใช้อาจคล้องจองหรือไม่ก็ได้ แต่มีความหมายคมคาย ลึกซึ้งกินใจ มุ่งให้เกิดความคิดที่ดีและอยากปฏิบัติตาม  เช่น “อดีตคือสิ่งที่ผ่าน อนาคตคือสิ่งที่ฝัน ปัจจุบันเท่านั้นคือความจริง”  คำคมในที่นี้หมายรวมถึง
คำขวัญ คติพจน์ และงานเขียนสร้างแรงบันดาลใจต่าง ๆ ด้วย
                  การอ่านงานเขียนประเภทนี้บ่อย ๆ จะทำให้ผู้อ่านรู้สึกมองโลกในแง่ดี เพราะจะให้คติในการดำเนินชีวิต และสามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้ได้

             ๒. ฝึกทักษะ   
                   ๒.๑ ให้นักเรียนอ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามและแสดงความคิดเห็น

“โลก, มันไม่ได้สวยทุกวัน.  บางวัน, อาจดูสดใส บางวัน, อาจเป็นสีเทา  บางวัน, อาจพบเจอสายฝน“ ชีวิต ” ไม่ได้, มีสูตรสำเร็จ  ทุกการก้าวไป, ของชีวิต..ก็ไม่ได้โรย, ด้วยกลีบกุหลาบแต่ระหว่างทางในการไปต่อ.. ก็มีสิ่งสวยงาม, ให้เรามากมายเรามีสิทธิ์เลือก, ที่จะสนใจอะไรก็ได้ ชื่นชม, หรือแค่ …มองผ่านมันไป..ก็ได้เดินไปบนเส้นทางของ “ ชีวิต ” อย่างมีความสุข, และสนุกสนาน เดินไป, สนุกไป      เดินไป, ยิ้มไป   เดินไป, หัวเราะไป  เดินไปทีละก้าวนะ ..ถึงช้าหน่อย, แต่ก็มี “ ความสุข ” อย่ารอ, แค่ …  ความสุขปลายทาง  เพราะเรา, อาจจะพลาด… “ ความสุขระหว่างทาง ” ไปก็ได้นะ”
                                                                                          cr.เราว่าดี 

                            ๑. “ ชีวิต ” ไม่ได้, มีสูตรสำเร็จ  หมายความว่าอย่างไร……………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

                            ๒. ทุกการก้าวไป, ของชีวิต..ก็ไม่ได้โรย, ด้วยกลีบกุหลาบ หมายความว่า………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

                           ๓. แต่ระหว่างทางในการไปต่อ.. ก็มีสิ่งสวยงาม, ให้เรามากมาย หมายความว่า……………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
                          ๔. แล้วนักเรียนเลือกอะไร………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
                          ๕. ข้อความใดโดนใจนักเรียนมากที่สุด เพราะอะไร…………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

                   ๒.๒ อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วแสดงความคิดเห็น

                   ถ้าทำแต่สิ่งที่ทำได้ จะรู้ได้ยังไงว่าตัวเราในเวอร์ชั่นที่ดีกว่า เก่งกว่า เป็นอย่างไร กดดันตัวเองบ้าง เรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ บ้าง ผลักดันเพื่อก้าวไปข้างหน้า เพื่อจะได้รู้ศักยภาพของตัวเอง แข่งกับตัวเราเอง เอาชนะตัวเอง ว่าเราก็สามารถทำได้ดีกว่า ก็เป็นเรื่องที่น่าลองทำ เพราะหากลองแล้วไม่สำเร็จ เราก็ยังเป็นตัวเราอยู่ดี ไม่ได้เสียอะไรไปสักนิด                                                                              อักษราลัย อักษราลัยบุ๊ก                                                                                ๑๑ พฤศจิกายน ๖๔ 


            นักเรียนรู้สึกอย่างไรกับข้อความนี้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

               ถ้าจะกดดันตัวเองสักเรื่องคือเรื่องอะไร……………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

     ๓. ประเมินผล 
           ๓.๑
 นักเรียนหางานเขียนประเภทคำคมโดนใจมาเขียนแสดงความคิดเห็นว่าโดนใจเพราะอะไรข้อความไหนกระทบความรู้สึกมากเป็นพิเศษ           ๓.๒ นักเรียนพูดนำเสนอวิธีสร้างแรงบันดาลใจ ๑ เรื่องจากที่ค้นคว้ามา หรือจากประสบการณ์
ของตนเอง

กิจกรรมที่ ๑๘  อ่านแล้วฝึกจำแนกแยกแยะได้
วัตถุประสงค์    เพื่อให้อ่านงานเขียนแล้วสามารถวิเคราะห์รายละเอียดได้
ขั้นตอนการสอน/สื่อ

             ๑. ให้ความรู้  
การวิเคราะห์ หมายถึง การใคร่ครวญพิจารณาเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยการแยกแยะออกเป็นส่วนๆ ว่าสิ่งใดหรือเรื่องนั้น มีองค์ประกอบอะไรบ้าง และมีความสัมพันธ์กันอย่างไร แล้วหาข้อสรุปเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ต่อไป  กระบวนการวิเคราะห์ประกอบด้วย การวิเคราะห์กลวิธีในการประพันธ์เนื้อหาหรือเนื้อเรื่อง และสำนวนภาษา ได้แก่
                  ๑. ดูรูปแบบของงานประพันธ์ว่าใช้รูปแบบใด อาจเป็นนิทาน บทละคร นวนิยาย เรื่องสั้น
บทร้อยกรอง หรือบทความจากหนังสือพิมพ์
                  ๒. แยกเนื้อเรื่องออกเป็นส่วนๆ ให้เห็นว่าใครทำอะไร ที่ไหนเมื่อไร เรื่องราวเป็นอย่างไร
ผู้เขียนให้กลวิธีเสนอเรื่องอย่างไร ไปตามลำดับเหตุการณ์ หรือย้อนเหตุการณ์ไปมา  พิจารณาความคิด
ที่ผู้เขียนต้องสื่อให้ผู้อ่านทราบและความหมายที่แฝงอยู่ในเนื้อเรื่องหรือข้อความนั้น
                  ๓.  การอ่านวิเคราะห์สำนวนภาษา หมายถึง การพิจารณาถ้อยคำ สำนวนว่าใช้ถ้อยคำตรงไปตรงมา หรือใช้ถ้อยคำในเชิงเปรียบเทียบ เสียดสี อ่านแล้วเกิดความรู้สึก หรือเกิดภาพอย่างไร
                  การฝึกวิเคราะห์อาจใช้รูปแบบของ PISA ที่มีการใช้ตัวเลือก ถูกผิด และตอบสั้น

             ๒. ฝึกทักษะ   
                   ๒.๑ ให้นักเรียนอ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามและแสดงความคิดเห็น

          ๑.              ความรู้ผู้ปราชญ์นั้น                       นักเรียน

                   ฝนทั่งเท่าเข็มเพียร                                   ผ่ายหน้า

                   คนเกียจเกลียดหน่ายเวียน                       วนจิต

                   กลอุทกในตะกร้า                                    เปี่ยมล้นฤๅมี

          ๒.            เว้นวิจารณ์ว่างเว้น                          สดับฟัง

                   เว้นที่ถามอันยัง                                        ไป่รู้

                   เว้นเล่าลิขิตสัง-                                        เกตว่าง  เว้นนา

                   เว้นดั่งกล่าวว่าผู้                                       ปราชญ์ได้ฤๅมี

           ๓.           น้อยว่ามากรู้                                   เริงใจ

                    กลกบเกิดอยู่ใน                                       สระจ้อย

                   ไป่เห็นชเลไกล                                        กลางสมุทร

                    ชมว่าน้ำบ่อน้อย                                      มากล้ำลึกเหลือ

         ๔.            พระสมุทรสุดลึกล้น                                      คณนา

                    สายดิ่งทิ้งทอดมา                                                  หยั่งได้

                    เขาสูงอาจวัดวา                                                     กำหนด

                   จิตมนุษย์นี้ไซร้                                                      ยากแท้หยั่งถึง

          ๕.             คุณแม่หนาหนักเพี้ยง                                   พสุธา

                   คุณบิดรดุจอา-                                                       กาศกว้าง

                   คุณพี่พ่างศิขรา                                                      เมรุมาศ

                   คุณพระอาจารย์อ้าง                                              อาจสู้สาคร

คำถามข้อที่ ๑   คำประพันธ์ที่ยกมาใช้รูปแบบใด   (๑ คะแนน)
                            ๑. กลอนสุภาพ                                              ๒. กาพย์ยานี ๑๑

                             ๓. กาพย์ฉบัง ๑๖                                           ๔. โคลงสี่สุภาพ
คำถามข้อที่ ๒     เนื้อหาของคำประพันธ์บทที่ ๑ และ ๒ เน้นการปฏิบัติตามหลักธรรมข้อใด (๑ คะแนน)           
    
                       ๑.  ฉันทะ  วิริยะ  จิตตะ  วิมังสา                                

                             ๒.  เมตตา  กรุณา  มุทิตา  อุเบกขา              

๓. ทาน ปิยวาจา  อัตถจริยา  สมานัตตา

                             ๔. ทุกข์      สมุทัย         นิโรธ         มรรค

คำถามข้อที่ ๓     คำประพันธ์บทที่ ๔  ต้องการให้ผู้อ่านเห็นถึงสิ่งใด     (๑ คะแนน)                           

                            ๑.  ให้ข้อคิดในเรื่องความพยายามทำในสิ่งที่ยากจนสำเร็จ                                 

                            ๒.  แสดงให้เห็นถึงจิตใจของมนุษย์ที่ไม่สามารถวัดและหยั่งถึงได้                       

๓. เปรียบเทียบความลึกของมหาสมุทรและความสูงของภูเขากับจิตใจมนุษย์

                             ๔. แสดงให้เห็นว่า แม้มหาสมุทรจะลึกและภูเขาจะสูงเพียงใด  แต่ก็สามารถวัดได้
คำถามข้อที่ ๔  คำประพันธ์บทใดมีเนื้อหาเหมือนกับสำนวนไทย “กบในกะลา”  (๑ คะแนน)                                                                                    

                            ๑.  บทที่ ๒                                                    ๒.  บทที่ ๓
                            ๓.  บทที่ ๔                                                   ๔.  บทที่ ๕

คำถามข้อที่ ๕  คำใดไม่ได้ใช้ในการเปรียบเทียบ  (๑ คะแนน)                                                                                         

                            ๑.  กล พ่าง                                                  ๒.  ดั่ง    ดุจ
                            ๓.  เสมอ  เพี้ยง                                             ๔.  อาจ  ฤๅ

คำถามข้อที่ ๖ พิจารณาข้อความที่กำหนดให้แล้วกาเครื่องหมาย /  ในช่องใช่  ใม่ใช่   (๕ คะแนน)

ที่หัวข้อใช่ไม่ใช่
คำประพันธ์บทที่ ๒ และ ๕ ใช้การซ้ำคำเพื่อเน้นย้ำความหมาย/ 
กลอุทกในตะกร้า เปี่ยมล้น  ฤๅมี  หมายถึง คนที่ไม่เคยหยุดเรียนรู้ /
สายดิ่งใช้วัดความสูง /
เว้นเล่าลิขิตสัง-      เกตว่าง เว้นนา  หมายถึง ไม่ค่อยเขียน/ 
คำประพันธ์ส่วนใหญ่ มีการใช้อุปมาเปรียบเทียบ/ 


คำถามข้อที่ ๗  จากคำประพันธ์ทั้งหมดที่ยกมา ผู้เขียนต้องการสื่อสารให้ผู้อ่านนำแนวคิดไปดำเนินชีวิต
                        เช่นใดบ้างระบุมา  ๕ ข้อ   (๕ คะแนน)

คำตอบ
 
 
 
 
 

             ๓. ประเมินผล 
                  ๓.๑  ยกข้อความมา ให้นักเรียนฝึกตั้งคำถามเชิงวิเคราะห์
                  ๓.๒ นักเรียนเลือกงานเขียนหลากหลายไม่ซ้ำรูปแบบกัน มาทำแบบฝึกเชิงวิเคราะห์
เป็นสื่อเอกสาร หรือ online
                 

กิจกรรมที่ ๑๙  คิดวิเคราะห์หาเหตุผลจนเข้าใจ
วัตถุประสงค์    เพื่อให้อ่านงานเขียนแล้วสามารถวิเคราะห์รายละเอียดได้
ขั้นตอนการสอน/สื่อ
             ๑.  ให้ความรู้
 
                  การคิด 
(Thinking) เป็นกระบวนการทางสมองที่เกิดขึ้น เมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้น ทำให้จิตและสมองนำข้อมูลที่มีอยู่ มาหาวิธีการเพื่อที่จะแก้ปัญหานั้น ต้นเหตุของการคิดเกิดจาก สิ่งเร้าที่เป็นปัญหา  
 สิ่งเร้าที่เป็นความต้องการ  หรือสิ่งเร้าที่ชวนสงสัย   การคิดนำไปสู่การแก้ปัญหา การกระทำและการเปลี่ยนแปลง  การคิดที่ถูกต้อง ช่วยลดเวลาในการแก้ปัญหา ลดการใช้ทรัพยากร ซึ่งนำไปสู่การป้องกันและแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ การคิดที่ไม่ถูกต้อง นอกจากจะไม่แก้ปัญหาแล้ว ยังเป็นการสร้างปัญหาและก่อให้เกิดความสูญเสียอีกด้วย
                  การคิดของมนุษย์แบ่งออกได้กว้างๆ เป็น ๒  ประเภท คือ
                  ๑. การคิดอย่างมีเหตุผล ต้องอาศัยหลักการหรือข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง สนับสนุนอย่าง เพียงพอ
จึงทำให้ผิดพลาดน้อย
                  ๒. การคิดอย่างไม่มีเหตุผล เป็นการคิดที่ขาดข้อสนับสนุนที่มีน้ำหนักเพียงพอ จึงมักผิดพลาด
ไม่เกิดประโยชน์ บุคคลที่ชอบคิดอย่างไม่มีเหตุผล เมื่อได้รับข้อเท็จจริงบางอย่างมักสรุปเองง่ายๆ ว่าจะต้องเป็นเช่นนั้น เช่นนี้ ส่วนบุคคลที่คิดอย่างมีเหตุผล มักจะเป็นคนที่ไม่หลงเชื่ออะไรง่ายๆ ก่อนที่จะไตร่ตรองให้ถ่องแท้เสียก่อน การคิดอย่างมีเหตุผลเป็นวิธีการตั้งข้อสรุปโดยมีเหตุผลสนับสนุนข้อสรุปและเหตุผลต้องมีน้ำหนักเพียงพอด้วย  ตัวอย่างการคิดที่มีเหตุผล  – เรามีความจำเป็นต้องลดจำนวน คาบเรียนวิชาภาษาไทย ให้เหลือ เพียง ๒ คาบ/สัปดาห์ เพราะต้องการให้นักเรียนเลือกเรียนวิชาอาชีพตามความถนัดเพื่ออนาคต
ตัวอย่างการคิดที่ไม่มีเหตุผล  เรามีความจำเป็นต้องลดจำนวน คาบเรียนวิชาภาษาไทย ให้เหลือ เพียง  ๒ คาบ/สัปดาห์ เพราะเป็น วิชาที่เรียนกันมามาก มีการฟัง การพูดและเขียน อยู่แล้วทุกวัน
                การแสดงความคิดที่มีเหตุผลแต่ละตอนจะต้องประกอบด้วยข้อความ 2 ช่วงด้วยกัน คือ ช่วงหนึ่งคือ เหตุผล และอีกส่วนคือ ข้อสรุป ที่ได้มาจากเหตุผล ซึ่งถ้าขาดส่วนใด ส่วนหนึ่ง จะทำให้สารที่สื่อออกไปไม่สมบูรณ์ ผู้รับสารเกิดความสับสนได้  การใช้ภาษาเพื่อแสดงเหตุผล มีข้อความที่จำเป็นต้องใช้เสมอ เช่น
         – เพราะว่า…………………จึงทำให้…………………..       – โดยที่……………………..ฉะนั้น…………………      
         – เนื่องด้วย…………………จึง………………………………. – …………………………….ทั้งนี้เพราะว่า………………….

        เช่น   “เพราะว่าโลกร้อนขึ้นทุกวันจึงทำให้อากาศแปรปรวน เกิดพายุทอร์นาโดในหลายพื้นที่”
                 “เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ฉะนั้นรัฐบาลจึงสั่งงดเที่ยวบินออกนอกประเทศ”

          ๒. ฝึกทักษะ
               ๒.๑ ทบทวนความรู้โดยการเลือกคำตอบที่ถูกต้อง และกากบาททับอักษรหน้าข้อ
๑. การคิดอย่างมีเหตุผลควรเริ่มต้นด้วยกระบวนการข้อใด
     ก. รวบรวมเหตุผลทั้งหมดเพื่อพิจารณาหาข้อสรุป
     ข. รวบรวมเหตุผลเฉพาะที่มีน้ำหนักเพื่อพิจารณาหาข้อสรุปหลายๆ อย่าง
     ค. หาข้อสรุปอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วรวบรวมเหตุผลมาสนับสนุนข้อสรุปนั้น
     ง. หาข้อสรุปหลายๆ อย่างแล้วรวบรวมเหตุผลมาสนับสนุนข้อสรุปแต่ละอย่าง
๒. ข้อใดใช้ภาษาแสดงเหตุผลและสรุปเหมาะสมที่สุด
     ก. สมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม การประชุมจึงต้องเลื่อนไปในคราวหน้า
     ข. โดยที่สมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม การประชุมจะต้องเลื่อนไปในคราวหน้า
     ค. ทั้งนี้เพราะว่าสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม การประชุมจะต้องเลื่อนไปในคราวหน้า
     ง.  เพราะว่าสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม ดังนั้นการประชุมจึงต้องเลื่อนไปในคราวหน้า
๓. การแสดงเหตุผลในข้อใดไม่มีข้อสนับสนุน
     ก. การทำลายป่าเป็นสาเหตุสำคัญของการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต เพราะป่าไม้เป็นที่รวมของ
        สิ่งมีชีวิตมากมาย
     ข. ป่าไม้ในประเทศไทยยังมีป่าที่อุดมสมบูรณ์อยู่มากมาย มีพืชพรรณนานาและสัตว์ป่าหายาก
         อีกหลายชนิด
     ค. สาเหตุประการหนึ่งที่ทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำในลุ่ม เจ้าพระยาคือ มีการใช้น้ำเพิ่มมากขึ้น
         ในพื้นที่ตอนบนของแม่น้ำ
     ง.  การเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติเกิดขึ้นตลอดเวลา จากอิทธิพลของภาวะโลกร้อนที่เกิดจากฝีมือ
          ของมนุษย์ เมื่อโลกร้อนขึ้น ธรรมชาติก็ถูกทำลายไปด้วย
๔. ข้อใดเป็นข้อสนับสนุนของข้อสรุปต่อไปนี้ “ ปัญหาเด็กแวนซ์แก้ได้โดยเริ่มต้นที่ครอบครัว ”
     ก.  ถ้าทุกครอบครัวบังคับลูกไม่ให้ออกไปไหน ปัญหาก็ไม่เกิด
     ข.  ตำรวจมีจำนวนน้อยไม่สามารถแก้ไขปัญหาเด็กแวนซ์ให้หมดไปได้
     ค.  ครอบครัวมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้เด็กทำผิดกฎหมายไม่ใช่ตำรวจ
     ง.  ถ้าผู้ปกครองเลี้ยงลูกอย่างมีเหตุผล ชี้แจงให้เข้าใจปัญหาต่าง ๆ ลูกก็จะไม่ออกไปเสร้างปัญหา

          ๓. ประเมินผล
              
อ่านเรื่อง“เก้าอี้ดนตรีที่ไม่ต้องแย่งแต่แบ่งปัน” แล้วแสดงความคิดเห็น

               “ตอนที่เอาเก้าอี้ออก  เอาคนที่นั่งไม่ทันเพื่อนออกไปเรื่อยๆ จน เก้าอี้เหลือสองตัว แล้วเหลือตัวเดียว  เหลือคนเดียวที่ชนะ มันกำลังปลูกฝังอะไรอยู่”               ‘ครูก้า’ กรองทอง บุญประคอง ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก และผู้ก่อตั้งโรงเรียน
จิตตเมตต์ (ปฐมวัย) ชวนคิด  “เรากำลังปลูกฝังให้เด็กแก่งแย่งชิงดีกัน ไม่แปลกที่ลุกขึ้นมาทำงานข้าราชการแล้วก็เลื่อยขาเก้าอี้กัน หรือแม้กระทั่งการทำงานในองค์กรธุรกิจเอกชน ก็เลื่อยขาเก้าอี้กัน เพื่อจะแย่งตำแหน่งที่สูงที่สุด  เพราะเราถูกปลูกฝังผ่านเก้าอี้ดนตรีกันมาตั้งแต่เด็ก แต่เราก็ยังเล่นกันอยู่ ครูก็ยังจัดเก้าอี้ดนตรีให้เล่น ครูก็ยังรู้สึกสนุกแล้วก็ลืมคนที่ถูกออกไป ตบมือให้คนชนะ”
                ครูก้าตั้งคำถามว่า แล้วทำไมเราไม่เล่นเก้าอี้ดนตรีแบบเอาเก้าอี้ออก แต่ไม่เอาคนออก“แล้วดูซิว่าเหลือเก้าอี้น้อยที่สุด แต่คนยังอยู่ครบ ทำได้ยังไง” เด็กๆ ได้เล่นจริง ทำจริงแล้วที่โรงเรียนจิตตเมตต์ ครูก้าบรรยายภาพที่เห็นตรงหน้าว่า “น่ารักมากๆ”                 “เขาแก้ปัญหาว่าเก้าอี้มีอยู่ไม่กี่ตัว เราอยู่บนเก้าอี้สองตัวกับคนหกคนได้ยังไง หรือเรามีเก้าอี้หกตัวแต่อยู่กันทั้งห้องได้ยังไง มันมีวิธีเชื่อมต่อร่างกายกับเก้าอี้ยังไง ทำไมเราไม่เล่นแบบนี้
ถ้าเราเล่นแบบนี้เราปลูกฝังอะไร สิ่งที่เราอยากได้นั่นแหละ คือทุกคนรักกัน ช่วยเหลือกัน” “แบ่งปัน” กับ”แข่งขัน” มันต่างอารมณ์กันมากเลย                                                                         ภาพ : โรงเรียนจิตตเมตต์ (ปฐมวัย)                                                                        Cr.รัฐพงศ์ วงศ์ไตรรัตน์ 

                      จากเรื่องที่อ่าน ให้นักเรียนยกตัวอย่างวิธีคิดที่เป็นปัญหา   และอยากแก้ไขมา ๑ ตัวอย่าง
                    ปัญหา………………………………………………………………………………..เกิดจาก………………………………
        …………………………………………………………………………………………แก้ไขได้โดย………………………………….
        ………………………………………………………………………………………………………………………………………………  

กิจกรรมที่ ๒๐ ขึ้นบันได ๙  ขั้นถึงชั้นเซียน

วัตถุประสงค์    เพื่อพัฒนากลวิธีการอ่านให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขั้นตอนการสอน/สื่อ

             ๑.  ให้ความรู้  
การอ่านที่มีประสิทธิภาพ คือ การอ่านที่สามารถจับใจความ วิเคราะห์รายละเอียด
และนำสิ่งที่อ่านไปประยุกต์ได้ ถนอมวงศ์  ล้ำยอดมรรคผล นักวิชาการด้านการอ่าน ได้นำเสนอบันได
๙ ขั้นในการพัฒนาทักษะการอ่าน ไว้ในหนังสือการอ่านให้เก่ง  ดังนี้
                 ๑.  มีสมองไว้คิด (รู้จักตั้งคำถามจากสิ่งที่อ่าน)  
                 ๒. ทำจิตให้แจ่มใส (พักผ่อนให้เพียงพอ มีสมาธิ แสงสว่างเพียงพอ)
                 ๓. สนใจอ่านทุกหนังสือ (อ่านหนังสือหลายๆประเภททั้งบันเทิงคดีและสารคดี)
                 ๔. อย่าถือดิคเป็นคัมภีร์   (อย่าแปลศัพท์ตรงตัวทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษดูบริบทด้วย)
                 ๕. อย่าอ่านจี้เป็นคำ ๆ  (อ่านเป็นประโยค สรุปใจความเป็นภาพรวมของประโยคและย่อหน้า)
                 ๖. ฝึกความจำย่อ ๆ  (บันทึกสรุปเพื่อการจำย่อ ๆ หรือทำเครื่องหมาย ถ้าเป็นหนังสือของเราเอง)
                 ๗. รู้จักขอความช่วยเหลือ (ถ้าไม่เข้าใจให้ถามผู้รู้)
                 ๘. อ่านไม่เบื่อทุกวิชา   (อ่านความรู้ที่เป็นประโยชน์ทุกสาขา เพื่อนำไปประยุกต์ใช้)
                 ๙. ชีวิตมีค่าและประสบความสำเร็จ (ศึกษาเรื่องราวของผู้ที่ประสบผลสำเร็จ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง)             

             ๒. ฝึกทักษะ
                   ๒.๑ ทบทวนบันได ๙ ขั้นในการฝึกอ่านให้เก่ง โดยเติมตัวเลขลงไปให้ถูกต้องทั้งขั้นบันได
และกลวิธีที่ใช้ในการฝึกอ่าน

 

กิจกรรมที่ ๒๑  หัดแบ่งปันความรู้จากการอ่าน
วัตถุประสงค์   
เพื่อให้รู้จักแบ่งปันความรู้ ด้วยวิธีต่าง ๆ ตามศักยภาพ
ขั้นตอนการสอน/สื่อ

             ๑.  ให้ความรู้  
บล็อกห้องสมุดและบรรณารักษ์ http://www.libraryhub.in.th/2010/12/06/sharing-knowledge-is-power/ กล่าวว่า “ การแบ่งปันความรู้คือพลังอันยิ่งใหญ่ (Sharing Knowledge is Power)
ได้เสนอแนวทางการแบ่งปันความรู้  ๔ รูปแบบ ได้แก่   การแบ่งปันข้อมูล (Share data)  การแบ่งปันข่าวสาร (Share news)   การแบ่งปันสารสนเทศ (Share information)  การแบ่งปันความรู้ (Share knowledge) และ
การแบ่งปันความคิด (Share idea)”     การแบ่งปันความรู้นอกจากจะแบ่งปันให้คนอื่นได้รับประโยชน์แล้ว 
ผู้แบ่งปันก็จะยิ่งแม่นยำและเชี่ยวชาญในความรู้ของตนเองมากยิ่งขึ้น
                  วิธีแบ่งปันความรู้สามารถทำได้หลายวิธี เช่น
                  ๑)  แบ่งปันโดยการเขียน  เช่น  เขียนบรรณนิทัศน์  เขียนบล็อก บันทึกการอ่าน  แผนภาพ
                  ๒) แบ่งปันโดยการพูด  เช่น  แนะนำหนังสือ เล่าเรื่องจากการอ่าน
                  ๓) แบ่งปันโดยการทำสื่อในรูปแบบต่าง ๆ  เช่น  คลิปวีดิทัศน์  แผ่นพับ  โปสเตอร์  อินโฟกราฟิก
หนังสือจิ๋ว  หนังสือเล่มเล็ก  เป็นต้น
                  ๔) แบ่งปันโดยการเผยแพร่ต่อในโซเชียลเน็ตเวิร์ก  เมื่ออ่านสิ่งดีๆมีสารประโยชน์ สามารถ
ส่งต่อไปได้อย่างรวดเร็ว

            ๒.  ฝึกทักษะ 
                   ๒.๑ การเขียนแนะนำหนังสือ  ดังตัวอย่าง

                            ๒.๒ ตัวอย่างอินโฟกราฟิกสรุปการอ่าน

                       ๒.๓ ตัวอย่างการเขียนบล็อกเผยแพร่ความรู้ทางอินเทอร์เน็ต

  ๓.  ประเมินผล
            ให้นักเรียนเลือกอ่านวรรณกรรมที่ชอบ แล้วสรุปเนื้อหามาทำสื่อแบ่งปันความรู้ ๑ ชิ้น ตามความถนัด
        และความสนใจ
         

กิจกรรมที่ ๒๒  สร้างผลงานการอ่านสู่งานเขียน   
วัตถุประสงค์    เพื่อให้รู้จักแบ่งปันความรู้ ด้วยการเขียนตามศักยภาพ
ขั้นตอนการสอน/สื่อ
             ๑.  ให้ความรู้  

                  การอ่านมีประโยชน์มาก ได้แก่
                ๑. กระตุ้นการทำงานของสมอง  การอ่านหนังสืออยู่เสมอจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง และกระบวนการคิด เพราะการใช้สมองคิดตามสิ่งที่อ่าน จะทำให้สมองได้ทำงานอยู่ตลอดนั่นเอง
               ๒. ลดความเครียด   ในช่วงเวลาที่มีความเครียด การอ่านหนังสือจะทำให้ลืมเลือนเรื่องที่กำลังกังวล หรือเรื่องที่กำลังเครียดอยู่โดยอัตโนมัติ และอาจะได้ข้อคิด หรือมุมมองดี ๆ  ที่ช่วยลดความเครียดลงได้
               ๓. ให้ความรู้  หนังสือจะให้ความรู้ หรือข้อคิดอะไรบางอย่างกลับมาโดยไม่จำเป็นต้องเป็นหนังสือที่อัดแน่นไปด้วยสาระความรู้เสมอไป  หนังสือนิยายรัก หรือหนังสือการ์ตูน ก็มีสาระความรู้แทรกอยู่เสมอ
               ๔. ได้สำนวนภาษา  การอ่านหนังสือนั้นช่วยให้เราได้เรียนรู้สำนวนภาษาในแต่ละบริบท  
ได้เรียนรู้คำศัพท์ และสำนวนใหม่ ๆ  และนำไปใช้ในการพูดหรือเขียนได้อย่างสร้างสรรค์
              ๕. ช่วยกระตุ้นความจำ  เมื่อเราอ่านหรือรับข้อมูลเข้าไปในสมอง สมองจะสั่งการเก็บข้อมูลเหล่านั้นไว้  เรียบเรียงข้อมูลใหม่ และสามารถเรียกใช้ได้เมื่อยามจำเป็น  
             ๖. ได้บริหารกระบวนการคิดวิเคราะห์  ทุกครั้งที่ได้อ่านหนังสือที่มีเงื่อนงำ หรือมีปมที่ต้องคิดตาม สมองก็จะพยายามขบคิดปมปัญหานั้น ๆ และหาทางออกด้วยตัวเอง ซึ่งก็จะทำให้ได้ฝึกกระบวนการคิดวิเคราะห์ ยิ่งทำบ่อยๆ สมองก็จะเฉียบแหลมมากขึ้น
            ๗. ฝึกสมาธิ    การอ่านหนังสือช่วยได้ เพราะเวลาที่เพ่งความสนใจไปยังหนังสือ ก็จะได้เพ่งสมาธิไปด้วย ทำให้เรามีสมาธิทำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น  ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ ให้อ่านหนังสือก่อนทำงาน หรือเรียน ๑๕-๒๐นาที เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสมองและร่างกายให้พร้อม
            ๘. พัฒนาทักษะการเขียน  นักเขียนในดวงใจ ที่เราอ่านแล้วชอบวิธีการเขียน จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทักษะทางด้านการเขียนให้เรา และยิ่งถ้าได้อ่านบ่อย ๆ ก็จะได้ทั้งคำศัพท์ สำนวนภาษา และแนวทางในการเขียนหนังสือ
            ๙. ให้ความสงบ    ผลวิจัยทางการแพทย์ได้พิสูจน์แล้วว่า การอ่านหนังสือยังช่วยให้ร่างกายเราเกิดความรู้สึกสงบขึ้น   หากอ่านหนังสือแนวปรัชญาหรือหนังสือที่ให้แนวคิด จะช่วยลดความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติได้ หรือถ้าอ่านหนังสือประเภทฮาวทู (self-help books) ก็จะช่วยปรับอารมณ์ที่แปรปรวนให้กลับมาเป็นปกติ และบางทีก็สามารถช่วยชี้ทางสว่างให้ปัญหาที่มืดแปดด้านได้ด้วย


            ๑๐. ให้ความบันเทิง   ไม่ว่าจะอ่านหนังสือประเภทไหนก็แล้วแต่ จะมีสาระความรู้มากน้อยแค่ไหนก็ไม่สำคัญ เพราะหนังสือสามารถให้อะไรกับคนอ่านได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดดี ๆ ทักษะภาษา หรือแม้แต่หนังสือภาพการ์ตูน ก็ยังสามารถให้ความบันเทิงเริงใจแก่ผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อย
          ๒. ฝึกทักษะ
                   เมื่อชี้ให้เห็นประโยชน์ของการอ่านแล้วจึงถึงขั้นตอนของการพัฒนาความรู้จากการอ่านสู่งานเขียนด้วยวิธีง่าย ๆ ได้แก่
                   ๒.๑ เขียนสรุปความรู้สั้น ๆ ด้วยกิจกรรมบันทึกวรรคทองหรือประโยคทอง  คือข้อคิดที่ได้จากอ่านครั้งนั้น อาจะคัดลอกมาเลย หรือสรุปเป็นภาษาของเราเองให้สั้นลงและคมชัดมากขึ้นก็ได้ นักเขียนเช่นหนุ่มเมืองจันทน์จากมติชน มักใช้ประโยคทองจากการอ่านหรือการฟังจากผู้ประสบความสำเร็จในชีวิต นำมาเขียนขยายความเป็นบทความขนาดสั้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านอีกต่อหนึ่ง  ที่สำคัญคือผู้เขียนเองจะได้นำไปประยุกต์ใช้หรือมีข้อมูลอ้างอิงในการพูดหรืองานเขียนต่าง ๆ
                  ตัวอย่างการบันทึกวรรคทองหรือประโยคทอง

        “อะไรที่กำหนดไม่ได้ ก็อย่าไปทุกข์กับมัน”
                           หนุ่มเมืองจันท์ : คอลัมนิสต์
                            มติชน 23 – 29 ก.ย. 65
                            บันทึกและเผยแพร่โดย วิชัย เหมือนสุวรรณ์                
      “วิ่งหนีปัญหาไม่ทำให้เรื่องจบ”
            ทริปเปิ้ลเอกซ์ : ทลายแผนยึดโลก,เน็ตฟลิกซ์

                                บันทึกและเผยแพร่โดย วิชัย เหมือนสุวรรณ์                

                 ๒.๒ บันทึกการอ่านแบบย่อความ ควรเขียนแหล่งอ้างอิงให้ครบถ้วน เพื่อผู้อ่านจะได้ไปศึกษา
ค้นคว้าเพิ่มเติม  ดังตัวอย่าง

ชื่อผู้แต่ง  พ.ญ.พิสุทธิพร   ฉ่ำใจ
สำนักพิมพ์  ต้นธรรม  ปีที่พิมพ์ ๒๕๕๑
สรุปสาระสำคัญที่ได้จากการอ่าน
             ฤดูร้อนของเมืองไทยมีความรุนแรงและแปรปรวนมากขึ้น  ดังเช่นใน พ.ศ. ๒๕๕๑  ที่ร้อนกว่า ๓ ปี
ที่ผ่านมาในภาวะโลกร้อนอากาศร้อนเป็นอันตรายต่อคนทั้งด้านสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตเรียกว่า  
โรคลมแดดหรือโรคลมจากอากาศร้อน  Heat  stroke  มีอาการทางร่างกายได้แก่อ่อนเพลีย  วิงเวียนศีรษะ
เดินโชเซ  อาการเพลียแดดที่เกิดภาวะร่างกายสูญเสียน้ำมากเกินไปจึงควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวเพื่อให้ร่างกายเย็นลง  แล้วดื่มน้ำผลไม้เย็นๆสร้างความเย็นและชดเชยน้ำที่เสียไป  และอีกโรคหนึ่งที่น่ากลัวคือโรคมะเร็งผิวหนัง skin  cancer  ซึ่งมีหลายชนิดมะเร็งผิวหนังเรียกว่า เป็นผื่นเล็กๆ  มีขุย  มักจะพบในบริเวณหน้า  
แขนและหลังมือ  โดยเฉพาะบริเวณที่ได้รับแสงมาก  หากไม่รักษาก็จะกลายเป็นมะเร็งในภายหลังสาเหตุส่วนใหญ่คือ  แสงอัลตราไวโอเลต  ยู วีเอและยูวีบี และใช้ยาที่มีส่วนประกอบสารหนูเมื่อรับประทานนานๆจะทำให้เป็นโรคผิวหนัง หรือผู้ที่สัมผัสน้ำมันและสารเคมีก่อมะเร็งประจำ และส่วนน้อยเกิดจากกรรมพันธุ์   คนผิวขาวและผมสีบลอนด์ไวต่อแสงแดดมากกว่าทำให้ผิวไหม้แดดง่ายมีโอกาสเสี่ยงสูงต่อมะเร็งผิวหนัง เพราะมีเม็ดสีผิวน้อย ความสามารถในการป้องกันเซลล์ผิวหนังจากแสงอัลตร้าไวโอเลต
จึงมีน้อยกว่าคนผิวคล้ำ  จะพบมะเร็งผิวหนังได้บ่อยในคนที่เป็นโรคผิวหนังที่เรียกว่าคนผิวเผือกAlbinism                                                                                จากเว็บบล็อกเพื่อการศึกษา ชณิสตา 
                       แก้วจอมแก่น เป็นวรรณกรรมสำหรับเด็กและเยาวชน เริ่มพระราชนิพนธ์ในปี พ.ศ. ๒๕๒๑  ขณะทรงศึกษาปริญญาโทที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ลงตีพิมพ์ในนิตยสารสตรีสารเป็นตอน ๆ  ทรงใช้นามปากกาว่า “แว่นแก้ว”   ทรงใช้สำนวนภาษาสละสลวยด้วยวิธีการประพันธ์ที่เข้าถึงความรู้สึกและจินตนาการของเด็ก ๆ สอดแทรกความรู้และข้อคิด เนื้อเรื่องเป็นตอนสั้น ๆ  จำนวน  ๒๔ ตอน เช่น  ล่อกั้ง  ต้นไม้มหาภัย  ความรับผิดชอบ  ล่ามหาสมบัติ  เป็นต้น ตอนล่อกั้งกล่าวถึงเด็ก ๕ คนไปเที่ยวทะเล มีแก้ว
เป็นหัวโจก พากันหาวิธีล่อกั้งให้ขึ้นจากรูด้วยการใช้ชิ้นเนื้อ ขุดทรายแล้วดึงตัวขึ้นมาใส่กระป๋อง กะจะทำ
เล่น ๆ แล้วเททิ้งทะเล  แต่กั้งแออัดอยู่ในกระป๋องเป็นเวลานานจึงพากันตายเสียก่อน แก้วรู้สึกผิดมาก

           ๒.๓ เขียนเล่าเรื่องสิ่งที่ได้อ่านมา ได้ทั้งงานเขียนประเภทบันเทิงคดี สารคดี ตัวอย่าง

๒.๔ เขียนสร้างสรรค์ จากข้อมูลที่อ่านมาแล้วถ่ายทอดเป็นงานเขียนร้อยแก้ว เช่น อ่านสารคดีและนิยายมาแล้วถ่ายทอดบางตอนต่อด้วยวิธีการเขียนเรื่องสั้น   ดังตัวอย่าง

                                                                                    แมงอีนูนสื่อรัก             เช้าต้นเดือนพฤษภาคม อากาศแจ่มใส เศษซากของแมงเม่าเมื่อคืนกระจายอยู่ตามพื้นบ้าน ส่วนหนึ่งกระจุกตัวอยู่ที่ตามุ้งลวด   “อา! อะไรนั่น”  แมงอีนูนตัวเขื่องเกาะอยู่ที่มุ้งลวด ฤดูผสมพันธุ์ของมันมาถึงแล้ว ที่ดีใจไม่ใช่เพราะมันเป็นอาหารโอชะ แต่แปลกใจ เพราะไม่เห็นมานานแล้ว ตั้งแต่ปลายคลองสวนหมากเปลี่ยนทางเดิน เหลือเพียงร่องน้ำเล็ก ๆ ไหลริน วัชพืชนานาชนิดปกคลุม
แมงอีนูนจึงหายไปด้วย  เปล่าหรอกมันไม่ได้สูญพันธุ์ มันหายไปจากปลายคลองเท่านั้น คลองสวนมากทั้งสายหลายสิบกิโลเมตร ยังเป็นแหล่งอาศัยชั้นดี ในยุคที่ shopee  มีแมงอีนูนต้มขาย
              แมงอีนูน แมลงปีกแข็งอ้วนป้อมสีน้ำตาลอมเทา วางไข่ใต้ดินทราย จะเติบโตและออกมาผสมพันธุ์ตามกอพงในช่วงเริ่มฤดูฝน กิจกรรมของคนนครชุมในช่วงเย็นถึงค่ำ คือจัดหาอาวุธประจำกาย  ถ้าเพื่อการเลี้ยงชีพจะเป็นไฟและตาข่ายขนาดใหญ่  ถ้าเพื่อความบันเทิงจะเป็นไฟฉายและก้านมะพร้าวลิดใบออกเหลือปลายคล้ายพัด ตัดความยาวให้เหมาะมือ สำหรับฟาดลงมาเวลามันบินจับคู่ แล้วเก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิด หลายคนสงสัยว่า ทำไมไม่ให้มันผสมพันธุ์ก่อนค่อยจับ นัยว่ารู้สึกผิดที่กีดกันความรักของแมลง คำตอบคือรอไม่ได้ ไม่งั้นมันจะตั้งท้อง เป็นเลือดกินไม่ได้  เอาน่ามันต้องมีจำนวนไม่น้อยรอดเงื้อมมือมนุษย์ไปขยายพันธุ์ได้อยู่แล้ว   ขออร่อยหอมมันกับเมนูต้ม คั่ว ทอด หรือฉู่ฉี่สักหน่อย
              ตอนเด็ก ๆ ยังพอมีโอกาสได้ติดตามพี่ ๆ ไปเก็บแมงอีนูนบ้าง แต่พอเป็นสาวรุ่นถูกห้ามเด็ดขาด  เล่ามาว่าเขาเสียผีกันไปหลายรุ่นแล้ว ในรุ่นของฉันเป็นหนุ่มปากคลองกลางกับสาวปากคลองเหนือ แต่รุ่นใหญ่กว่านั้นคือหนุ่มรื่นกับสาวจำปา ถูกบันทึกไว้ด้วยปลายปากกาของครูมาลัย  ชูพินิจ  นิยายทุ่งมหาราช สุดยอดวรรณกรรมเรื่องหนึ่งของไทย ที่ถ่ายทอดชีวิตของชาวปากคลองเมื่อร้อยปีก่อน
             “ทุก ๆ เย็น เกาะใหญ่ซึ่งไร่เริ่มร้างและพงเริ่มรก เซ็งแซ่ไปด้วยชาวคลองใต้และบ้านไร่ ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ๆ  ทุก ๆ เย็นเสียงเพลงเก่า ๆ และแอ่วลาวล่องลอยในอากาศ ท่ามกลางแมงอีนูนที่ออกจากรู บินวู่ขึ้นไปแน่นฟ้า  เกาะอยู่ตามกอพงต่ำลงมาและศีรษะของผู้เก็บ สำหรับจะยัดลงไปไต่ยั้วเยี้ยอยู่ในข้องหรือหม้อตามแต่จะหาได้”  (หน้า 140)    หลังจากได้แมงอีนูนเต็มข้องแล้ว
รื่นก็นัดแนะกับจำปาชู้รัก ไปที่กระท่อมฟากเกาะริมแม่น้ำปิงเพื่อมอบความรักให้กับจำปาเป็นครั้งสุดท้าย พอถึงที่นัดพบก็เหวี่ยงข้องกลิ้งไปตกอยู่ใต้กระท่อม ฝาข้องเปิดออก บทเพลงรักเริ่มขึ้น
              “แมงอีนูนไต่ออกมาถึงปากข้องที่ปราศจากฝาปิดทีละตัวสองตัว  แล้วก็บินวู่สู่อิสรภาพที่มันแสวงหา ท้องฟ้าซึ่งสว่างขึ้นทุกขณะ เมื่อพระจันทร์ต้นแรมโผล่ขึ้นมา แดงจ้าสุกปลั่ง เหมือนขอบกระด้งทอง” (หน้า 153)   ชั่วครู่ใหญ่ทั้งสองก็กลับไป ไม่ได้แมงอีนูนติดมาจนตัวเดียว    “คอยกินแมงอีนูนของรื่นกับจำปาจนบ้านอื่นเขาคายกากไปหมดแล้วละมัง?”  แววทัก
               “ข้องหลุดจากมือข้าอีตอนข้ามน้ำมา จวนจะถึงหาดอยู่แล้ว ชวดหมดทั้งแมงอีนูนทั้งข้อง”  สุดใจนอนฟังเสียงรื่นตอแหล   งานนี้สั่นสะเทือนสถาบันครอบครัวเลยทีเดียว เพราะ “ความลับไม่มีในโลก”
                                                                                                         เรื่องสั้นโดย  นิชรา  พรมประไพ
                                                         กระต่ายกับเต่า
                      เต่ากับกระต่าย                                    อยู่ชายป่าใหญ่                
                  สองสหายรักใคร่                                    กลมเกลียวเพื่อนกัน
                  วันหนึ่งนั้นหนา                                      กระต่ายท้าแข่งขัน
                  วิ่งตามให้ทัน                                          ถึงก่อนได้ชัย
                  เต่าเดินเชื่องช้า                                       กระต่ายชะล่าใจ
                  หลับใต้ไม้ใหญ่                                       เต่าตามมาทัน
                  กระต่ายหลับนาน                                   สำราญนอนฝัน
                  เต่าแซงหน้าพลัน                                    จนได้ชัยชนะ

            ๒.๕ เขียนสร้างสรรค์เป็นงานเขียนประเภทร้อยกรองง่าย ๆ เช่น อ่านนิทานอีสปแล้วนำมาถ่ายทอดเป็นกลอนสี่ ดังตัวอย่าง

  ๓.  ประเมินผล
         ๓.๑   ให้นักเรียนเลือกอ่านหนังสือหรือวารสารที่ชอบ แล้วเขียนเชิงสร้างสรรค์เพื่อถ่ายทอดให้ผู้อื่น
         ๓.๒  เผยแพร่ผลงานการเขียน ด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น ตีพิมพ์เป็นวารสาร  ติดบนผนังเป็นวารสารกำแพง
จัดซุ้มแสดงผลงาน  ให้ผู้อ่านร่วมแสดงความคิดเห็น เช่น เขียน ติดรูปหัวใจ เป็นต้น

                                         
                                                           ตัวอย่างวารสารนักเรียน

กิจกรรมที่ ๒๓  อ่านทุกวันสร้างสรรค์ด้วยความเพียร  
วัตถุประสงค์    เพื่อฝึกให้มีนิสัยรักการอ่าน
ขั้นตอนการสอน/สื่อ
             ๑.  ให้ความรู้  
การอ่านมีคุณประโยชน์มากมายดังได้กล่าวมาแล้ว การฝึกให้มีนิสัยรักการอ่านไม่มีคำว่าสาย  เริ่มได้ทุกเพศทุกวัย  อาจมีขั้นตอนดังนี้
                  ๑.๑ อ่านทุกวัน เริ่มจากวันละนิดละหน่อย มีสมุดบันทึกการอ่านไว้ ลงบันทึกสิ่งได้รับ อาจจะเป็นความรู้ ข้อคิด ข่าวใหญ่ประจำวัน ก็ได้ 
                  ๑.๒ อ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า  ป้ายประกาศ  โปสเตอร์  ถุงขนม โบรชัวร์ หนังสือ นิตยสาร ตามร้านอาหาร ร้านเสริมสวย หรือแม้กระทั่งจากสื่อสังคมออนไลน์ อันใดเป็นความรู้หรือข้อคิดใหม่ๆ บันทึกไว้
                  ๑.๓ อ่านจริงจัง เริ่มจากสิ่งที่ชอบ เช่น นิยายตามแนวที่ชอบ  บันทึกความรู้แฝง คำคมโดนใจ
อ่านนิตยสาร ที่เหลือตีพิมพ์ไม่มากแล้ว เช่น กีฬา บ้านและสวน สารคดี ท่องเที่ยว ต่วยตูนพิเศษ ฯลฯ การ์ตูน
                  ๑.๔ หาวิธีนำสิ่งที่อ่านไปใช้ประโยชน์ เช่น เผยแพร่ในสังคมออนไลน์ เป็นการส่งต่อผู้อื่น
นำแนวคิดที่ได้จากการอ่านไปสร้างผลงานเริ่มจากชิ้นเล็ก ๆ  อาหารอร่อย ๆ แล้วนำไปเผยแพร่ ไม่แน่ว่าอาจนำไปสู่อาชีพก็เป็นได้ ที่สำคัญจะสร้างความภูมิใจให้เรา และเป็นแรงบันดาลใจที่จะหาความรู้จนมีนิสัย
รักการอ่าน และประดิษฐ์คิดค้นต่อไป
          ๒. ฝึกทักษะ
                   เมื่อชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของการมีนิสัยรักการอ่าน ก็ฝึกทักษะตามขั้น ด้วยกิจกรรม ดังนี้
                   ๒.๑ มอบหมายให้อ่านวันละเล็กละน้อยแล้วเขียนบันทึกประจำวันมาส่งสัปดาห์ละครั้ง
                   ๒.๒ กิจกรรมอ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า มอบหมายให้นำสื่อที่อ่านมานำเสนอ และบอกความรู้และข้อคิดแก่เพื่อน เช่น อ่านฉลากยา  ใบเซียมซี บทสวดมนต์ของย่า โบรชัวร์ขายคอมพิวเตอร์ ของลดราคา
กำหนดการทอดกฐินสามัคคี พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ เป็นต้น
                   ๒.๓ แนะนำหนังสือเล่มโปรด  นำหนังสือที่ตนเองชอบมานำเสนอ ว่าชอบเพราะอะไร ได้อะไรจากการอ่าน
                    ๒.๔ นำเสนอชิ้นงานที่พัฒนาขึ้นจากการอ่าน  เช่น  ผลงานการปลูกต้นไม้  อาหาร  สิ่งประดิษฐ์
กลทางวิทยาศาสตร์  กลไพ่  ทักษะทางด้านกีฬา ศิลปะ หรือการแสดง เป็นต้น
  ๓.  ประเมินผล
         นักเรียนจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์จากการอ่าน

๒๔. ฝึกแลกเปลี่ยนประสบการณ์อ่านด้วยกัน
วัตถุประสงค์    เพื่อให้รู้จักวิธีขยายเครือข่ายด้านการอ่าน
ขั้นตอนการสอน/สื่อ
             ๑.  ให้ความรู้  
เมื่อฝึกทักษะการอ่านและปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้ผู้เรียนแล้ว ควรเสริมให้มีความรู้และทักษะการขยายผลหรือขยายเครือข่ายด้านการอ่านด้วย เพื่อเผยแพร่ประโยชน์ของการอ่าน  เทคนิคหลากหลายในการพัฒนาการอ่าน และปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน ด้วยกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ซึ่งครูผู้สอนอาจให้ความรู้ในด้านกระบวนการ ดังนี้
                  ๑.๑ การค้นคว้ารวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน จากหนังสือคู่มือการจัด
กิจกรรม จากอินเทอร์เน็ต เช่น คลิปการนำเสนอของยุวบรรณารักษ์ เพจต่าง ๆ
                  ๑.๒ นำข้อมูลมาวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อย
                  ๑.๓  สร้างสรรค์กิจกรรมส่งเสริมการอ่านด้วยตนเอง โดยนำข้อมูลจากตัวอย่างที่ได้มา คิดต่อยอด
ให้สนุกสนานมากขึ้น ผู้มาร่วมกิจกรรมได้ความรู้และร่วมกิจกรรมหลากหลายมากขึ้น ขยายเครือข่ายได้มากขึ้น ตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย ใช้เวลาน้อยแต่มีประสิทธิภาพมากกว่า เป็นต้น
                  ๑.๔ วางแผนการขยายเครือข่าย  ทดลองจัดกิจกรรม ประเมินผล ปรับปรุงแก้ไขก่อนนำไปใช้จริง
                  ๑.๕  ลงมือปฏิบัติกิจกรรมตามแผน  อาจจะจัดเป็นงานสัปดาห์ส่งเสริมการอ่าน สัปดาห์ห้องสมุด
หรือเผยแพร่ไปยังโรงเรียนใกล้เคียง ในงานวันเด็ก ค่างวิชาการ ฯลฯ แล้วประเมินหลังจัดกิจกรรม       
          ๒. ฝึกทักษะ
                  ๑.๑ ฝึกทักษะการค้นคว้า รวบรวมข้อมูล จากแหล่งต่าง ๆ  เช่นมอบหมายให้นักเรียนไปหาตัวอย่างกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน มานำเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน 
                  ๑.๒ ฝีกทักษะการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ สร้างสรรค์ และประเมินค่า โดยสร้างสรรค์กิจกรรมส่งเสริมการอ่านขึ้นใหม่ ทดลองใช้กับเพื่อน ปรับปรุงแก้ไขกิจกรรม วางแผนการจัดกิจกรรม
                  ๑.๓ ดำเนินกิจกรรมตามแผนที่กำหนดไว้
            ๓.  ประเมินผล
                  ประเมินผลการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน  ในด้านความคิดสร้างสรรค์ของกิจกรรม
วิธีการสื่อสารและนำเสนอต่อผู้ร่วมกิจกรรม   ผลที่ได้จากการจัดกิจกรรม

ตัวอย่างการทดลองเล่นเกมประสมคำจากอักษรที่กำหนดให้ ให้ได้จำนวนคำมากที่สุด

ตัวอย่างการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านนวนิยายเรื่องทุ่งมหาราช ของมาลัย ชูพินิจ ในรูปแบบละครสั้น

 ตัวอย่างการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านในสัปดาห์ห้องสมุด

                
                                                                    ทำหนังสือจิ๋ว

                  
                                                                 เล่านิทานรวมใจ

             
                                                                            เล่าข่าว
        

   ตัวอย่างการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านในสถานศึกษาในชุมชน

               
                                                                 เกมภาษาพาสนุก
       

ขอแนะนำไฟล์ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้

ประเด็นท้าทาย PA

เครดิต : คุณครูนิชรา พรมประไพ

เป็นไฟล์ Word แก้ไขได้

ดาวน์โหลดไฟล์จากลิงค์ด้านล่างนี้ นะครับ

https://docs.google.com/document/d/1wf9fnAq3C1aWD47zvadal_gKIBiv8FQO/edit?usp=sharing&ouid=104013330740936196301&rtpof=true&sd=true

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่
Captcha verification failed!
คะแนนผู้ใช้ captcha ล้มเหลว กรุณาติดต่อเรา!